บันทึกการเรียนครั้งที่ 20
วันที่ 26-27 เดือน เมษายน พ.ศ.
2564
การเขียนตัวอย่างแผนการจัดประสบการณ์ที่ใช้ในงานวิจัย
และเครื่องมือการวัดและประเมินผล
ดังนี้
ผู้บันทึก
นางสาวอารีรัตน์ ไชยคำ
รหัสนักศึกษา 6011200612
บันทึกการเรียนครั้งที่
19
วันที่ 19-20 เดือน เมษายน
พ.ศ. 2564
นำเสนองานวิจัยของตนเอง บทที่ 1
- 3 ผ่าน Powerpoint พร้อมนำเสนอ
โดยดิฉันได้นำเสนองานวิจัยดังนี้
บทที่ 1
บทนำ
ที่มาและความสำคัญ
ปัจจุบันสังคมไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วสืบเนื่องมาจากความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทำให้มนุษย์ได้ศึกษาเรียนรู้สิ่งต่างๆได้มากขึ้นและที่สำคัญครอบครัวในปัจจุบันพ่อแม่และผู้ปกครองที่ทำงานนอกบ้านจึงไม่ค่อยมีเวลาอบรมเลี้ยงดูลูกในการใช้สื่อทางอินเทอร์เน็ตทำให้เกิดการรับวัฒนธรรมของต่างชาติและเกิดการเลียนแบบทำให้เด็กมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมขาดความมีจริยธรรมทางด้านการพูด
เช่น การพูดที่ไม่ไพเราะซึ่งไม่มีคำลงท้าย ครับ/ค่ะ และด้านการกระทำซึ่ง ได้แก่
การช่วยเหลือผู้อื่นนั้นคือสิ่งที่เด็กควรปฏิบัติ
ดังนั้นผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาและพัฒนาด้านจริยธรรมของเด็กปฐมวัยชั้นปีที่
1/1 โดยการจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์ลำลองเพื่อพัฒนาจริยธรรมทางด้านการพูดและด้านการกระทำของเด็กปฐมวัยเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ในตัวเด็กปฐมวัยมากที่สุด
วัตถุประสงค์การวิจัย
เพื่อพัฒนาพฤติกรรมความมีจริยธรรมด้านการพูดและด้านการกระทำของเด็กปฐมวัยโรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย
(กระจ่าง สิงหเสนี) จากการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง
ขอบเขตการวิจัย
ประชากรที่ใช้ในการวิจัย
ประชากรที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้
คือ นักเรียนชาย – หญิง อายุระหว่าง 3-4
ปีกำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย
(กระจ่าง สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร จำนวน 3
ห้องเรียนมีจำนวนทั้งสิ้น 90 คน
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นนักเรียนชาย-หญิงอายุระหว่าง
3-4 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1/1 จำนวน 30 คน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา
2564 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี)
เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โดยคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างจากการสุ่มแบบกลุ่ม (cluster
sampling) จากนั้นทำการสังเกตและบันทึกพฤติกรรมความมีจริยธรรมของเด็กปฐมวัย
ตัวแปรที่ศึกษา
1.ตัวแปรต้น ได้แก่
การเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง
2.ตัวแปรตาม ได้แก่ จริยธรรมด้านการพูดและด้านการกระทำ
เนื้อหา
เนื้อหาที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ การใช้กิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองเพื่อพัฒนาจริยธรรมด้านการพูดและด้านการกระทำของเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 1/1 ให้มีพฤติกรรมทางจริยธรรมด้านการพูด ด้านการกระทำให้ดีขึ้น
ระยะเวลา
ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยใช้กิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองสำหรับเด็กปฐมวัยระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1/1 จำนวน 24 แผนโดยทำการทดลองในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ระหว่างวันที่ 17 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 3 เดือนมิถุนายน พ.ศ.2564 ระยะเวลาการทดลอง 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 20 นาที รวมทั้งสิ้น 24 ครั้ง
นิยามศัพท์เฉพาะ
1.เด็กปฐมวัย หมายถึง
เด็กนักเรียนชาย-หญิง อายุ 3-4 ปี
ที่กำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1
ปีการศึกษา
2564
โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง
กรุงเทพมหานคร
2.จริยธรรมของเด็กปฐมวัย
หมายถึง พฤติกรรมที่เด็กได้แสดงออกมาผ่านการกระทำและการพูด
3.การจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบการใช้สถานการณ์จําลอง หมายถึง
กิจกรรมการเล่านิทานที่ครูเล่าให้เด็กฟังเพื่อนำเนื้อหาจากนิทานมาประกอบการแสดงโดยฝึกปฏิบัติและแก้ปัญหาต่างๆด้วย
ตนเองโดยเนื้อหาของนิทานเสริมสร้างจริยธรรมด้านการพูดและด้านการกระทำโดยครูเล่านิทานวันละ
1 เรื่อง ตั้งแต่ต้นจนจบ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 1 เรื่อง ในการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบการใช้สถานการณ์จําลอง
มีขั้นตอน 3 ขั้นตอน ดังนี้
ขั้นที่
1 ขั้นเตรียมการ (ขั้นนำ) นำเด็กเข้าสู่บทเรียนโดยการสนทนาร่วมกันเกี่ยวกับการจัด
กิจกรรมทำข้อตกลงร่วมกัน
การเล่านิทานเพื่อกระตุ้นให้เด็กเกิดการเรียนรู้
ขั้นที่
2 ขั้นดำเนินการ (ขั้นสอน) ครูเล่านิทานให้เด็กๆฟังเมื่อเล่าเสร็จครูให้เด็กสร้างสถานการณ์จำลองประกอบการเล่านิทาน
ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป ครูและเด็กๆช่วยกันสรุปหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของนิทานและพร้อมอภิปรายหน้าชั้นเรียน
ปัญหาการวิจัย
การจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองช่วยพัฒนาจริยธรรมของเด็กปฐมวัยจริงหรือไม่
สมมุติฐานการวิจัย
เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์มีจริยธรรมด้านการพูด ด้านการกระทำสูงขึ้นหลังจากได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองมีพฤติกรรมด้านการพูด
ด้านการกระทำดีขึ้น
2.
ครูได้แนวทางในการจัดกิจกรรมที่จะส่งเสริมความมีจริยธรรมให้สำหรับเด็กปฐมวัย
บทที่ 2
เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ในการวิจัยครั้งนี้
ผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องและได้นำเสนอตามหัวข้อต่อไปนี้
1.เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับความหมายของเด็กปฐมวัยและจริยธรรมสำหรับเด็กปฐมวัย
1.1 ความหมายของเด็กปฐมวัย
1.2 ความสำคัญของเด็กปฐมวัย
1.3 ความหมายของจริยธรรม
1.4 ความสำคัญของจริยธรรม
1.5 องค์ประกอบของจริยธรรม
1.6 รูปแบบของจริยธรรมสำหรับเด็กปฐมวัย
1.7 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรมสำหรับเด็กปฐมวัย
2. เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับนิทานและการเล่านิทาน
2.1 ความหมายของนิทาน
2.2 ความหมายของการเล่านิทาน
2.3 ประเภทของนิทาน
2.4 จุดประสงค์ของการเล่านิทาน
2.5 คุณค่าของการเล่านิทานต่อการเรียนรู้ของเด็ก
2.6 เทคนิคการเล่านิทานสำหรับเด็กปฐมวัย
2.7 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับนิทานและการเล่านิทาน
3. เอกสารที่เกี่ยวข้องกับทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย
3.1 ทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของเพียเจท์
3.2 ทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมเชิงเหตุผลจริยธรรมของโคลเบอร์ก
3.3 ทฤษฎีจิตวิเคราะห์เกี่ยวกับพัฒนาการทางจริยธรรมของซิกมันฟรอยด์
3.4 ทฤษฎีของอิมมานูเอลคานท์
3.5 ทฤษฎีต้นไม้จริยธรรม
4.เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์จำลอง
4.1 ความหมายของสถานการณ์จำลอง
4.2 ความมุ่งหมายในการสร้างสถานการณ์จำลอง
4.3 วิธีเสนอสถานการณ์จำลอง
4.4 หลักในการนำสถานการณ์จำลองไปในการเรียนการสอน
4.5 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์จำลอง
บทที่ 3
วิธีดำเนินการวิจัย
การวิจัยในครั้งนี้
มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาจริยธรรมทางด้านการพูดและด้านการกระทำของเด็กปฐมวัยโดยใช้กิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่1/1 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง
สิงหเสนี ) ซึ่งมีขั้นตอน และวิธีการดำเนินการวิจัย ตามลำดับหัวข้อดังนี้
1.ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
2.
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
3.
การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
4.
การเก็บรวบรวมข้อมูล
5.วิธีดำเนินการทดลอง
6.การวิเคราะห์ข้อมูล
1.ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
1.1
ประชากร
ประชากรที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้
คือ นักเรียนชาย – หญิง อายุระหว่าง 3-4
ปีกำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย
(กระจ่าง สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร จำนวน 3
ห้องเรียนมีจำนวนทั้งสิ้น 90 คน
1.2
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นนักเรียนชาย-หญิงอายุระหว่าง
3-4 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1/1 จำนวน 30 คน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา
2564 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี)
เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โดยคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างจากการสุ่มแบบกลุ่ม (cluster
sampling)
2.
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
ในการวิจัยครั้งนี้
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย
2.1 แผนการจัดประสบการณ์การเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง
2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมความมีจริยธรรมของเด็กปฐมวัยด้านการพูดและด้านการกระทำ
3.
การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
การพัฒนาจริยธรรมของเด็กปฐมวัยโดยใช้กิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง
มีดังนี้
3.1
สร้างแผนการจัดประสบการณ์การเล่านิทาน ดังนี้
3.1.1 ศึกษาทฤษฎี
เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดประสบการณ์การเล่านิทานเพื่อใช้ในการพัฒนาจริยธรรมของเด็กปฐมวัยโดยมีขั้นตอนดังนี้
3.1.1.1 ศึกษาเอกสารเกี่ยวกับการเล่านิทานเกี่ยวกับจริยธรรมสำหรับเด็กปฐมวัยเพื่อใช้เป็นแนวทางในการคัดเลือกนิทานได้อย่างเหมาะสม
3.1.1.2 คัดเลือกชื่อนิทานที่เหมาะสมกับเด็กปฐมวัยเกี่ยวกับเรื่องการพัฒนาจริยธรรมของเด็กปฐมวัยซึ่งประกอบด้วยหัวข้อดังต่อไปนี้
·
นิทานจริยธรรมเกี่ยวกับด้านการพูด
ได้แก่ การพูดไพเราะ
·
นิทานจริยธรรมเกี่ยวกับด้านการกระทำ
ได้แก่ การช่วยเหลือผู้อื่น
3.1.1.3 ดำเนินการจัดทำแผนการจัดประสบการณ์เล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง
จำนวน
24
แผน ซึ่งประกอบด้วยหัวข้อต่อไปนี้
·
จุดประสงค์
·
เนื้อหา
·
การดำเนินกิจกรรม (ขั้นนำ ขั้นสอน
ขั้นสรุป)
โดยมีการจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง
สัปดาห์ละ 3 วัน
วันละ 1 เรื่อง จำนวน 8 สัปดาห์
3.1.2 จัดทำแผนและนำแผนการจัดประสบการณ์กิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองจำนวนทั้งหมด
24 แผน
3.1.3 ไปนำเสนอผู้เชี่ยวชาญตรวจพิจารณาเพื่อหาความสอดคล้อง ( IOC) ของจุดประสงค์ เนื้อหา การดำเนินกิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง
และการประเมินผล โดยมีค่าความคิดเห็นตรงกันอย่างน้อย 2 ใน 3 มีค่าเท่ากับ.0.5 ขึ้นไปถือว่าเชื่อถือได้
เกณฑ์การพิจราณา ดังนี้
+1 หมายถึง เมื่อผู้เชี่ยวชาญเห็นด้วย
0 หมายถึง เมื่อผู้เชี่ยวชาญไม่แน่ใจ
-1 หมายถึง เมื่อผู้เชี่ยวชาญไม่เห็นด้วย
และปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสม
3.1.4 นำแผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญมาปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำ
โดยใช้เกณฑ์ความเห็นตรงกัน 2 ใน 3 ซึ่งในการวิจัยครั้งนี้ได้แก้ไข ปรับปรุงแผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ
3 ท่าน
3.1.5 นำแผนการจัดประสบการณ์ไปทดลอง (Try
Out) ใช้กับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่
1 ของโรงเรียนพระยาประเสิรฐ สุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง
กรุงเทพมหานคร ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง เพื่อหาข้อบกพร่อง
และความเป็นไปได้
3.1.6 ปรับปรุงแก้ไขแผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองให้เป็นฉบับสมบูรณ์
3.1.7
นำแผนกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองที่ปรับปรุงเหมาะสมแล้วจัดทำฉบับจริงเพื่อนำไปใช้กับกลุ่มตัวอย่าง
3.2
แบบสังเกตพฤติกรรมจริยธรรมของเด็กปฐมวัย ดังนี้
แบบสังเกตพฤติกรรมความมีจริยธรรมทางด้านการพูดและด้านการกระทำโดยมีขบวนการสร้างแบบสังเกตพฤติกรรมความมีจริยธรรม
ดังนี้
3.2.1
ศึกษาแนวคิดทฤษฎีและหลักการต่างๆจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรมของเด็กปฐมวัย
3.2.2 ดำเนินการสร้างแบบสังเกตเกี่ยวกับจริยธรรมของเด็กปฐมวัยทั้ง
2 ด้าน ด้านละ 5 ข้อ
3.2.2.1 ด้านการพูด จำนวน 5 ข้อที่เป็นข้อคำถามถึง พฤติกรรมการแสดงออกของเด็กปฐมวัยทางด้านการพูด
ได้แก่ การพูดขอบคุณผู้ใหญ่ การพูดขอโทษผู้อื่น การพูดสวัสดีผู้ใหญ่ การไม่พูดโกหก
การไม่พูดคำหยาบ
3.2.2.2
ด้านการกระทำจำนวน 5 ข้อที่เป็นข้อคำถามถึง
พฤติกรรมการแสดงออกของเด็กปฐมวัย ทางด้านการกระทำ
ได้แก่ การช่วยผู้อื่นเก็บของเข้าที่ การช่วยพ่อแม่หรือผู้อื่นถือของ
ช่วยทำความสะอาดห้องเรียน
ช่วยจัดเรียงสิ่งของในห้องเรียนหรือที่บ้านให้เป็นระเบียบ
ช่วยเก็บขยะที่คนอื่นทำหล่นลงพื้นไปทิ้งขยะ
แบบประเมินด้านจริยธรรมจะมีจำนวนทั้งหมด
2 ชุด โดยมีเกณฑ์ในการให้คะแนน ดังนี้
ชุดที่ 1 แบบประเมินจริยธรรมด้านการพูด ได้แก่ การพูดไพเราะ
2 หมายถึง เด็กพูดเพราะอย่างสม่ำเสมอ
1 หมายถึง
เด็กพูดเพราะในบางครั้ง
0 หมายถึง
เด็กพูดไม่เพราะเลย
ชุดที่ 2 แบบประเมินจริยธรรมด้านการกระทำ ได้แก่
การช่วยเหลือผู้อื่น
2 หมายถึง
เด็กช่วยเหลือผู้อื่นอย่างสม่ำเสมอ
1 หมายถึง
เด็กช่วยเหลือผู้อื่นในบางครั้ง
0 หมายถึง
เด็กไม่ช่วยเหลือผู้อื่นเลย
3.2.3 นำแบบสังเกตพฤติกรรมความมีจริยธรรมของเด็กปฐมวัยด้านการพูดและด้านการกระทำที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นนำไปเสนอผู้เชี่ยวชาญ
3 ท่านเพื่อตรวจสอบความเที่ยงตรงตามเนื้อหาและความเหมาะสมของแบบสังเกต
3.2.4 นำแบบสังเกตพฤติกรรมความมีจริยธรรมของเด็กปฐมวัยด้านการพูดและด้านการกระทำมาปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ
2.5 นำแบบสังเกตที่ปรับปรุงแล้วไปทดลองใช้ (Try Out) กับเด็กปฐมวัยชั้นนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานครจำนวน 30 คน
ซึ่งสามารถดูคลิ๊กดูไฟล์เต็มฉบับได้
ในหน้าบล็อก
บันทึกการเรียนครั้งที่ 20 วันที่ 26-27 เดือน เมษายน พ.ศ. 2564 การเขียนตัวอย่างแผนการจัดประสบการณ์ที่ใช้ในงานวิจัย และเครื่องมือการวัด...