บันทึกการเรียนครั้งที่ 20
วันที่ 26-27 เดือน เมษายน พ.ศ.
2564
การเขียนตัวอย่างแผนการจัดประสบการณ์ที่ใช้ในงานวิจัย
และเครื่องมือการวัดและประเมินผล
ดังนี้
ผู้บันทึก
นางสาวอารีรัตน์ ไชยคำ
รหัสนักศึกษา 6011200612
บันทึกการเรียนครั้งที่
19
วันที่ 19-20 เดือน เมษายน
พ.ศ. 2564
นำเสนองานวิจัยของตนเอง บทที่ 1
- 3 ผ่าน Powerpoint พร้อมนำเสนอ
โดยดิฉันได้นำเสนองานวิจัยดังนี้
บทที่ 1
บทนำ
ที่มาและความสำคัญ
ปัจจุบันสังคมไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วสืบเนื่องมาจากความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทำให้มนุษย์ได้ศึกษาเรียนรู้สิ่งต่างๆได้มากขึ้นและที่สำคัญครอบครัวในปัจจุบันพ่อแม่และผู้ปกครองที่ทำงานนอกบ้านจึงไม่ค่อยมีเวลาอบรมเลี้ยงดูลูกในการใช้สื่อทางอินเทอร์เน็ตทำให้เกิดการรับวัฒนธรรมของต่างชาติและเกิดการเลียนแบบทำให้เด็กมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมขาดความมีจริยธรรมทางด้านการพูด
เช่น การพูดที่ไม่ไพเราะซึ่งไม่มีคำลงท้าย ครับ/ค่ะ และด้านการกระทำซึ่ง ได้แก่
การช่วยเหลือผู้อื่นนั้นคือสิ่งที่เด็กควรปฏิบัติ
ดังนั้นผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาและพัฒนาด้านจริยธรรมของเด็กปฐมวัยชั้นปีที่
1/1 โดยการจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์ลำลองเพื่อพัฒนาจริยธรรมทางด้านการพูดและด้านการกระทำของเด็กปฐมวัยเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ในตัวเด็กปฐมวัยมากที่สุด
วัตถุประสงค์การวิจัย
เพื่อพัฒนาพฤติกรรมความมีจริยธรรมด้านการพูดและด้านการกระทำของเด็กปฐมวัยโรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย
(กระจ่าง สิงหเสนี) จากการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง
ขอบเขตการวิจัย
ประชากรที่ใช้ในการวิจัย
ประชากรที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้
คือ นักเรียนชาย – หญิง อายุระหว่าง 3-4
ปีกำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย
(กระจ่าง สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร จำนวน 3
ห้องเรียนมีจำนวนทั้งสิ้น 90 คน
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นนักเรียนชาย-หญิงอายุระหว่าง
3-4 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1/1 จำนวน 30 คน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา
2564 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี)
เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โดยคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างจากการสุ่มแบบกลุ่ม (cluster
sampling) จากนั้นทำการสังเกตและบันทึกพฤติกรรมความมีจริยธรรมของเด็กปฐมวัย
ตัวแปรที่ศึกษา
1.ตัวแปรต้น ได้แก่
การเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง
2.ตัวแปรตาม ได้แก่ จริยธรรมด้านการพูดและด้านการกระทำ
เนื้อหา
เนื้อหาที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ การใช้กิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองเพื่อพัฒนาจริยธรรมด้านการพูดและด้านการกระทำของเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 1/1 ให้มีพฤติกรรมทางจริยธรรมด้านการพูด ด้านการกระทำให้ดีขึ้น
ระยะเวลา
ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยใช้กิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองสำหรับเด็กปฐมวัยระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1/1 จำนวน 24 แผนโดยทำการทดลองในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ระหว่างวันที่ 17 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 3 เดือนมิถุนายน พ.ศ.2564 ระยะเวลาการทดลอง 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 20 นาที รวมทั้งสิ้น 24 ครั้ง
นิยามศัพท์เฉพาะ
1.เด็กปฐมวัย หมายถึง
เด็กนักเรียนชาย-หญิง อายุ 3-4 ปี
ที่กำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1
ปีการศึกษา
2564
โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง
กรุงเทพมหานคร
2.จริยธรรมของเด็กปฐมวัย
หมายถึง พฤติกรรมที่เด็กได้แสดงออกมาผ่านการกระทำและการพูด
3.การจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบการใช้สถานการณ์จําลอง หมายถึง
กิจกรรมการเล่านิทานที่ครูเล่าให้เด็กฟังเพื่อนำเนื้อหาจากนิทานมาประกอบการแสดงโดยฝึกปฏิบัติและแก้ปัญหาต่างๆด้วย
ตนเองโดยเนื้อหาของนิทานเสริมสร้างจริยธรรมด้านการพูดและด้านการกระทำโดยครูเล่านิทานวันละ
1 เรื่อง ตั้งแต่ต้นจนจบ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 1 เรื่อง ในการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบการใช้สถานการณ์จําลอง
มีขั้นตอน 3 ขั้นตอน ดังนี้
ขั้นที่
1 ขั้นเตรียมการ (ขั้นนำ) นำเด็กเข้าสู่บทเรียนโดยการสนทนาร่วมกันเกี่ยวกับการจัด
กิจกรรมทำข้อตกลงร่วมกัน
การเล่านิทานเพื่อกระตุ้นให้เด็กเกิดการเรียนรู้
ขั้นที่
2 ขั้นดำเนินการ (ขั้นสอน) ครูเล่านิทานให้เด็กๆฟังเมื่อเล่าเสร็จครูให้เด็กสร้างสถานการณ์จำลองประกอบการเล่านิทาน
ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป ครูและเด็กๆช่วยกันสรุปหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของนิทานและพร้อมอภิปรายหน้าชั้นเรียน
ปัญหาการวิจัย
การจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองช่วยพัฒนาจริยธรรมของเด็กปฐมวัยจริงหรือไม่
สมมุติฐานการวิจัย
เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์มีจริยธรรมด้านการพูด ด้านการกระทำสูงขึ้นหลังจากได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองมีพฤติกรรมด้านการพูด
ด้านการกระทำดีขึ้น
2.
ครูได้แนวทางในการจัดกิจกรรมที่จะส่งเสริมความมีจริยธรรมให้สำหรับเด็กปฐมวัย
บทที่ 2
เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ในการวิจัยครั้งนี้
ผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องและได้นำเสนอตามหัวข้อต่อไปนี้
1.เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับความหมายของเด็กปฐมวัยและจริยธรรมสำหรับเด็กปฐมวัย
1.1 ความหมายของเด็กปฐมวัย
1.2 ความสำคัญของเด็กปฐมวัย
1.3 ความหมายของจริยธรรม
1.4 ความสำคัญของจริยธรรม
1.5 องค์ประกอบของจริยธรรม
1.6 รูปแบบของจริยธรรมสำหรับเด็กปฐมวัย
1.7 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรมสำหรับเด็กปฐมวัย
2. เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับนิทานและการเล่านิทาน
2.1 ความหมายของนิทาน
2.2 ความหมายของการเล่านิทาน
2.3 ประเภทของนิทาน
2.4 จุดประสงค์ของการเล่านิทาน
2.5 คุณค่าของการเล่านิทานต่อการเรียนรู้ของเด็ก
2.6 เทคนิคการเล่านิทานสำหรับเด็กปฐมวัย
2.7 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับนิทานและการเล่านิทาน
3. เอกสารที่เกี่ยวข้องกับทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย
3.1 ทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของเพียเจท์
3.2 ทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมเชิงเหตุผลจริยธรรมของโคลเบอร์ก
3.3 ทฤษฎีจิตวิเคราะห์เกี่ยวกับพัฒนาการทางจริยธรรมของซิกมันฟรอยด์
3.4 ทฤษฎีของอิมมานูเอลคานท์
3.5 ทฤษฎีต้นไม้จริยธรรม
4.เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์จำลอง
4.1 ความหมายของสถานการณ์จำลอง
4.2 ความมุ่งหมายในการสร้างสถานการณ์จำลอง
4.3 วิธีเสนอสถานการณ์จำลอง
4.4 หลักในการนำสถานการณ์จำลองไปในการเรียนการสอน
4.5 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์จำลอง
บทที่ 3
วิธีดำเนินการวิจัย
การวิจัยในครั้งนี้
มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาจริยธรรมทางด้านการพูดและด้านการกระทำของเด็กปฐมวัยโดยใช้กิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่1/1 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง
สิงหเสนี ) ซึ่งมีขั้นตอน และวิธีการดำเนินการวิจัย ตามลำดับหัวข้อดังนี้
1.ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
2.
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
3.
การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
4.
การเก็บรวบรวมข้อมูล
5.วิธีดำเนินการทดลอง
6.การวิเคราะห์ข้อมูล
1.ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
1.1
ประชากร
ประชากรที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้
คือ นักเรียนชาย – หญิง อายุระหว่าง 3-4
ปีกำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย
(กระจ่าง สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร จำนวน 3
ห้องเรียนมีจำนวนทั้งสิ้น 90 คน
1.2
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นนักเรียนชาย-หญิงอายุระหว่าง
3-4 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1/1 จำนวน 30 คน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา
2564 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี)
เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โดยคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างจากการสุ่มแบบกลุ่ม (cluster
sampling)
2.
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
ในการวิจัยครั้งนี้
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย
2.1 แผนการจัดประสบการณ์การเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง
2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมความมีจริยธรรมของเด็กปฐมวัยด้านการพูดและด้านการกระทำ
3.
การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
การพัฒนาจริยธรรมของเด็กปฐมวัยโดยใช้กิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง
มีดังนี้
3.1
สร้างแผนการจัดประสบการณ์การเล่านิทาน ดังนี้
3.1.1 ศึกษาทฤษฎี
เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดประสบการณ์การเล่านิทานเพื่อใช้ในการพัฒนาจริยธรรมของเด็กปฐมวัยโดยมีขั้นตอนดังนี้
3.1.1.1 ศึกษาเอกสารเกี่ยวกับการเล่านิทานเกี่ยวกับจริยธรรมสำหรับเด็กปฐมวัยเพื่อใช้เป็นแนวทางในการคัดเลือกนิทานได้อย่างเหมาะสม
3.1.1.2 คัดเลือกชื่อนิทานที่เหมาะสมกับเด็กปฐมวัยเกี่ยวกับเรื่องการพัฒนาจริยธรรมของเด็กปฐมวัยซึ่งประกอบด้วยหัวข้อดังต่อไปนี้
·
นิทานจริยธรรมเกี่ยวกับด้านการพูด
ได้แก่ การพูดไพเราะ
·
นิทานจริยธรรมเกี่ยวกับด้านการกระทำ
ได้แก่ การช่วยเหลือผู้อื่น
3.1.1.3 ดำเนินการจัดทำแผนการจัดประสบการณ์เล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง
จำนวน
24
แผน ซึ่งประกอบด้วยหัวข้อต่อไปนี้
·
จุดประสงค์
·
เนื้อหา
·
การดำเนินกิจกรรม (ขั้นนำ ขั้นสอน
ขั้นสรุป)
โดยมีการจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง
สัปดาห์ละ 3 วัน
วันละ 1 เรื่อง จำนวน 8 สัปดาห์
3.1.2 จัดทำแผนและนำแผนการจัดประสบการณ์กิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองจำนวนทั้งหมด
24 แผน
3.1.3 ไปนำเสนอผู้เชี่ยวชาญตรวจพิจารณาเพื่อหาความสอดคล้อง ( IOC) ของจุดประสงค์ เนื้อหา การดำเนินกิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง
และการประเมินผล โดยมีค่าความคิดเห็นตรงกันอย่างน้อย 2 ใน 3 มีค่าเท่ากับ.0.5 ขึ้นไปถือว่าเชื่อถือได้
เกณฑ์การพิจราณา ดังนี้
+1 หมายถึง เมื่อผู้เชี่ยวชาญเห็นด้วย
0 หมายถึง เมื่อผู้เชี่ยวชาญไม่แน่ใจ
-1 หมายถึง เมื่อผู้เชี่ยวชาญไม่เห็นด้วย
และปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสม
3.1.4 นำแผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญมาปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำ
โดยใช้เกณฑ์ความเห็นตรงกัน 2 ใน 3 ซึ่งในการวิจัยครั้งนี้ได้แก้ไข ปรับปรุงแผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ
3 ท่าน
3.1.5 นำแผนการจัดประสบการณ์ไปทดลอง (Try
Out) ใช้กับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่
1 ของโรงเรียนพระยาประเสิรฐ สุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง
กรุงเทพมหานคร ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง เพื่อหาข้อบกพร่อง
และความเป็นไปได้
3.1.6 ปรับปรุงแก้ไขแผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองให้เป็นฉบับสมบูรณ์
3.1.7
นำแผนกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองที่ปรับปรุงเหมาะสมแล้วจัดทำฉบับจริงเพื่อนำไปใช้กับกลุ่มตัวอย่าง
3.2
แบบสังเกตพฤติกรรมจริยธรรมของเด็กปฐมวัย ดังนี้
แบบสังเกตพฤติกรรมความมีจริยธรรมทางด้านการพูดและด้านการกระทำโดยมีขบวนการสร้างแบบสังเกตพฤติกรรมความมีจริยธรรม
ดังนี้
3.2.1
ศึกษาแนวคิดทฤษฎีและหลักการต่างๆจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรมของเด็กปฐมวัย
3.2.2 ดำเนินการสร้างแบบสังเกตเกี่ยวกับจริยธรรมของเด็กปฐมวัยทั้ง
2 ด้าน ด้านละ 5 ข้อ
3.2.2.1 ด้านการพูด จำนวน 5 ข้อที่เป็นข้อคำถามถึง พฤติกรรมการแสดงออกของเด็กปฐมวัยทางด้านการพูด
ได้แก่ การพูดขอบคุณผู้ใหญ่ การพูดขอโทษผู้อื่น การพูดสวัสดีผู้ใหญ่ การไม่พูดโกหก
การไม่พูดคำหยาบ
3.2.2.2
ด้านการกระทำจำนวน 5 ข้อที่เป็นข้อคำถามถึง
พฤติกรรมการแสดงออกของเด็กปฐมวัย ทางด้านการกระทำ
ได้แก่ การช่วยผู้อื่นเก็บของเข้าที่ การช่วยพ่อแม่หรือผู้อื่นถือของ
ช่วยทำความสะอาดห้องเรียน
ช่วยจัดเรียงสิ่งของในห้องเรียนหรือที่บ้านให้เป็นระเบียบ
ช่วยเก็บขยะที่คนอื่นทำหล่นลงพื้นไปทิ้งขยะ
แบบประเมินด้านจริยธรรมจะมีจำนวนทั้งหมด
2 ชุด โดยมีเกณฑ์ในการให้คะแนน ดังนี้
ชุดที่ 1 แบบประเมินจริยธรรมด้านการพูด ได้แก่ การพูดไพเราะ
2 หมายถึง เด็กพูดเพราะอย่างสม่ำเสมอ
1 หมายถึง
เด็กพูดเพราะในบางครั้ง
0 หมายถึง
เด็กพูดไม่เพราะเลย
ชุดที่ 2 แบบประเมินจริยธรรมด้านการกระทำ ได้แก่
การช่วยเหลือผู้อื่น
2 หมายถึง
เด็กช่วยเหลือผู้อื่นอย่างสม่ำเสมอ
1 หมายถึง
เด็กช่วยเหลือผู้อื่นในบางครั้ง
0 หมายถึง
เด็กไม่ช่วยเหลือผู้อื่นเลย
3.2.3 นำแบบสังเกตพฤติกรรมความมีจริยธรรมของเด็กปฐมวัยด้านการพูดและด้านการกระทำที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นนำไปเสนอผู้เชี่ยวชาญ
3 ท่านเพื่อตรวจสอบความเที่ยงตรงตามเนื้อหาและความเหมาะสมของแบบสังเกต
3.2.4 นำแบบสังเกตพฤติกรรมความมีจริยธรรมของเด็กปฐมวัยด้านการพูดและด้านการกระทำมาปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ
2.5 นำแบบสังเกตที่ปรับปรุงแล้วไปทดลองใช้ (Try Out) กับเด็กปฐมวัยชั้นนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานครจำนวน 30 คน
ซึ่งสามารถดูคลิ๊กดูไฟล์เต็มฉบับได้
ในหน้าบล็อก
บันทึกการเรียนครั้งที่ 11
วันที่ 22-23 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564
สำหรับการเรียนในวันนี้เป็นการนำเสนองานวิจัย
งานชิ้นที่ 1 ให้เขียนชื่อวิจัยของตนเอง
ชื่อโรงเรียนที่ตนเองอยู่ และเอกสารวิจัยที่นำมาอ้างอิงในงานวิจัย
ชื่อวิจัย
การพัฒนาจริยธรรมของเด็กปฐมวัยโดยการจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง เอกสารที่ใช้ในการวิจัย
1.ชื่อวิจัย :
การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมด้านความมีน้ำใจของเด็กอนุบาลชั้นปีที่1/4ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กโรงเรียนวัดไผ่โรงวัวโดยใช้กิจกรรมเล่านิทานคุณธรรม
ผู้วิจัย
สมลักษณ์ เมฆหมอก หลักสูตรปริญญา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ปี 2560
2.ชื่อวิจัย :
การใช้สื่อประสมชุดส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมด้านความซื่อสัตย์ของเด็กปฐมวัย
ผู้วิจัย อาจารย์สุทิตา
จุลกนิษฐ์และผู้ช่วยศาสตราจารย์ นุชฤดี รุ่ยใหม่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ปี2558
3.ชื่อวิจัย : ปริญญานิพนธ์ เรื่อง
การพัฒนาจริยธรรมของเด็กปฐมวัยโดยการเล่านิทานและติดตามผล ผู้วิจัย ปราณี ปริยวาที มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปี2551
4.ชื่อวิจัย : การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนอนุบาล 1
โดยการประยุกต์ใช้การวิจัยเป็นฐานโรงเรียนบ้านสามหลัง
ผู้วิจัย เปรมวราพร พิณจิรวิทย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี
ปี 2558
5.ชื่อวิจัย : พฤติกรรมการเก็บของเล่นของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบการใช้สถานการณ์จำลอง
ผู้วิจัย ปิยะนุช บุญประสิทธิ์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
ปี 2559
6.ชื่อวิจัย :ปริญญานิพนธ์เรื่องพฤติกรรมทางสังคมของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมเล่านิทานอีสป
ประกอบการใช้สถานการณ์จำลอง
ผู้วิจัย : อริสา โสคำภา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ปี 2551
และกลับไปแก้ไขงานวิจัยของตนเองให้ดีขึ้้น
ผู้บันทึก
นางสาวอารีรัตน์ ไชยคำ
รหัสนักศึกษา 6011200612
บันทึกการเรียนครั้งที่ 10
วันที่ 16 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564
วันนี้ได้เข้าไปเรียนที่มหาวิทยาลัย
เพื่อนำเสนอ งานวิจัย ซึ่งดิฉันก็ได้ปรับเปลี่ยนหัวข้อการวิจัยเพื่อให้เหมาะสมและแก้ไขเพื่อนำเสนองานวิจัยในครั้งต่อไปซึ่งข้อมูลที่ได้นำเสนอครั้งนี้มีรายละเอียดของงานวิจัย
บทที่ 1 ดังนี้
ที่มาและความสำคัญ
ปัจจุบันสังคมไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วสืบเนื่องมาจากความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเกิดโลกไร้พรหมแดนขึ้นคนสามารถศึกษาเรียนรู้สิ่งต่างๆได้มากขึ้นเกิดการรับวัฒนธรรมของต่างชาติเข้ามามีบทบาทมากขึ้นจึงเกิดความอ่อนแอของวัฒนธรรมไทยที่ไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กเพื่อรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดปัญหาต่างๆตามมามากมายซึ่งส่งผลให้เด็กและเยาวชนไทยมีพฤติกรรมและค่านิยมที่ไม่พึงประสงค์
เช่น ปัญหาเด็กติดยาเสพติด ปัญหาเรื่องโรคเอดส์จากการมีพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสม
ปัญหาการใช้ความรุนแรง ปัญหาเรื่องความพุ่มเฟือยไม่ประหยัด ซึ่งสังคมอาจมองว่าคุณธรรม
จริยธรรมเสื่อมลงปัญหาคุณธรรมจริยธรรมถือเป็นปัญหาสังคมโดยรวม
ซึ่งเกี่ยวพันไปถึงเด็กด้วย
(มัณฑนา ศังชะกฤษณ์, 2550, หน้า 2-3) คุณธรรมจริยธรรมเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อสังคมเป็นอย่างมาก
ในการกำหนดความสงบสุขของสังคม คนในสังคมต้องเป็นผู้ที่เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมจริยธรรม
จึงจะทำให้สังคมนั้นมีแต่ความสุขในขณะเดียวกันหากคนในสังคมใดมีความบกพร่องทางด้านจิตใจ
ขาดคุณธรรมจริยธรรมแม้สังคมนั้นจะมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจก็ย่อมจะหาความสงบสุขได้ยากการพัฒนา
คุณธรรมจริยธรรมของคนในสังคมไทยจะต้องมีการพัฒนาตั้งแต่ปฐมวัยเพราะเด็กปฐมวัยจะเป็นกำลังของประเทศ
(สิริมา ภิญโญอนันตพงษ์, 2545, หน้า 13
การจัดการศึกษาระดับปฐมวัยเป็นการศึกษาที่มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเด็กแรกเกิด
- 6 ปี
เพราะเด็กในวัยนี้เป็นวัยที่กำลังพัฒนาด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา
ประสบการณ์ที่เด็กได้รับจะมีอิทธิพลต่อการเสริมสร้างความพร้อมและพัฒนาในขั้นต่อไป
(บัญชา แสนทวี. 2541: 58; อ้างอิงจาก Bloom) และในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 การจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัยเป็นการจัดในลักษณะของการบรมเลี้ยงดูและการให้การศึกษาแก่เด็กทุกด้าน
ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และ สติปัญญา
ตามวัยและความสามารถของเด็กแต่ละคน เพื่อเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต และอยู่ ในสังคมได้อย่างมีความสุข
(กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. 2540: 31)
การสร้างจริยธรรมให้กับเด็กเป็นพันธกิจสำคัญของโรงเรียน
และครอบครัว เด็กที่มีจริยธรรมดีจะอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข
จริยธรรมมีความสัมพันธ์กับคุณธรรม กล่าวคือ จริยธรรมเป็นการประพฤติทางความคิด
คำพูด และการกระทำที่ดี ที่ทำให้เกิดการอยู่ร่วมกัน อย่างมีความสุข (กุลยา
ตันติผลาชีวะ. 2547: 212 -
213) การพัฒนาจริยธรรมให้กับเด็ก มีหลายวิธีจากการศึกษาผลงานวิจัย
พบว่า มีการใช้ทั้งนิทาน การละครและการเล่น สร้างจริยธรรมให้กับเด็กตัวอย่าง เช่น
การใช้แบบจากนิทานชาดก เพื่อพัฒนาพฤติกรรมเชิง จริยธรรมในเด็กปฐมวัย (วารี
นิยมธรรม. 2536) การจัดกิจกรรมละครสดเสริมจริยธรรมและ สนทนาเสริมจริยธรรมที่มีต่อการรับรู้ทางจริยธรรมของเด็กปฐมวัย
ของเบญจพร สมานมาก (2540) การจัดกิจกรรมการเล่านิทานคติธรรม
การเล่นแบบร่วมมือ เพื่อศึกษาการรับรู้วินัยของเด็กปฐมวัยของ สุภัค ไหวหากิจ (2544)
จากการสังเกตพฤติกรรมศึกษางานวิจัยของเด็กปฐมวัยและสอบถามครูประจำชั้นโรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย
(กระจ่าง สิงหเสนี) พบว่าเด็กปฐมวัยที่เริ่มเข้าเรียนเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการศึกษาเรียนรู้ในอนาคตมีพฤติกรรมที่แสดงออกคล้ายคลึงกัน
เช่น ร้องไห้ ไม่สวัสดีครู พ่อแม่ ผู้ปกครอง พูดจาไม่เพราะ หวงของเล่นไม่รู้จักการแบ่งปัน
พฤติกรรมต่างๆเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนแอของสถาบันครอบครัว ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากปัญหาต่างๆของแต่ละครอบครัวนั้นๆเช่นพ่อแม่ผู้ปกครองไม่มีเวลาสอนลูกต้องทำงานแข่งกับเวลาหรือเกิดจากสภาพแวดล้อมที่เด็กอาศัยอยู่
ซึ่งต่างไปจากสังคมในอดีตที่ให้ความสำคัญในการเลี้ยงดูลูกหลานเป็นพิเศษพฤติกรรมของเด็กจึงเป็นไปในทางลบ
นอกจากปัญหาการอบรมเลี้ยงดูและอีกสาเหตุหนึ่งมาจากที่เด็กต้องเข้ามาอยู่ร่วมกันในสังคมใหม่พบกับบุคคลที่แปลกหน้าไม่รู้จักคุ้นเคยมาก่อนทำให้เด็กเกิดความไม่ไว้วางใจจึงแสดงออกซึ่งพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ซึ่งปัญหาดังกล่าว
ผู้ปกครองจึงมีบทบาทสำคัญและควรเป็นแบบอย่างที่ดีที่จะส่งเสริมหรือจัดกิจกรรมที่ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมที่หลากหลายซึ่งการจัดกิกรรมสำหรับเด็กปฐมวัยควรส่งเสริมให้เด็กมีส่วนร่วมหรือดำเนินกิจกรรมให้มากที่สุดจัดประสบการณ์แบบยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง
ให้เด็กเรียนรู้ร่วมกันฝึกการ ช่วยเหลือ แบ่งปั่น มีน้ำใจต่อกัน
เป็นการปูพื้นทางคุณธรรมจริยธรรมให้กับเด็กในทางอ้อมเช่นกัน
ซึ่งการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมจะช่วยให้เด็กมีพฤติกรรมที่เหมาะสม
เพราะคุณธรรมจริยธรรมเป็นปัจจัยสำคัญ ในการพัฒนาอุปนิสัยของเด็กและเป็นพื้นฐานของบุคคลในการดำเนินชีวิต
การอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข การปลูกฝังให้เด็กมีพื้นฐานของการมีคุณธรรมจริยธรรมที่ดีขึ้นจึงเป็นหน้าที่สำคัญของบุคลที่เกี่ยวข้องจากประสบการณ์ที่เด็กได้เรียนรู้จากครอบครัวคนใกล้ชิด
และการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่เหมาะสมกับวัยเพื่อส่งเสริมให้เด็กมีคุณธรรมจริยธรรมและมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์
จากการศึกษาปัญหาดังกล่าวเห็นว่าเด็กปฐมวัยควรได้รับการส่งเสริมและพัฒนาจริยธรรมที่หลากหลาย
จากการศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้อง พบว่ามีการใช้นิทาน
การละครการเล่นสร้างจริยธรรมให้กับเด็ก ตัวอย่างเช่นการพัฒนาจริยธรรมของเด็กปฐมวัยโดยใช้การเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง
(ปราณี ปริยวาที.2551) การใช้แม่แบบจากนิทานเพื่อพัฒนาพฤติกรรมเชิงจริยธรรมในเด็กปฐมวัย (วารี
นิยมธรรม.2536) อ้างใน (ปราณี
ปริยวาที.2551) และนอกจากนี้ พบว่า มีการสอนจริยธรรม โดยใช้นิทานในการสอนวินัย
โดยครูเป็นผู้แต่งนิทานขึ้นและทดลองสอนจริง เมื่อมีเหตุการณ์ที่เด็กขาดระเบียบ
ผลของการปลูกฝังวินัยจากการเทียบเคียงจากนิทาน พบว่า เด็กพอใจและเข้าใจง่าย
จดจำได้ (น้ำฝน ปียะ. 2541:20-24) อ้างใน (ปราณี ปริ ยวาที่.2551)
ดังนั้นผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาพัฒนาทางด้านจริยธรรมของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่
1/1โดยการจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย
(กระจ่าง สิงหเสนี) โดยเน้นการรับรู้ซึ่งจะส่งผลให้เด็กปฐมวัยได้ปฏิบัติในสิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยเฉพาะด้านการพูดและด้านการกระทำด้วยการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองให้เด็กปฏิบัติจริงเพื่อพัฒนาจริยธรรมของเด็กปฐมวัยและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในตัวเด็ก
วัตถุประสงค์การวิจัย
เพื่อพัฒนาพฤติกรรมความมีจริยธรรมด้านการพูดและด้านการกระทำของเด็กปฐมวัยโรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย
(กระจ่าง สิงหเสนี) จากการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง
ขอบเขตการวิจัย
ประชากรที่ใช้ในการวิจัย
ประชากรที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้
คือ นักเรียนชาย – หญิง อายุระหว่าง 3-4
ปีกำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย
(กระจ่าง สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร จำนวน 3
ห้องเรียน 90 คน
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นนักเรียนชาย-หญิงอายุระหว่าง
3-4 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1/1 ภาคเรียนที่ 1
ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย
(กระจ่าง สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานครจำนวน 30 คน
โดยคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างจากการสุ่มแบบกลุ่ม (cluster rendom sampling) จากนั้นทำการสังเกตและบันทึกพฤติกรรมความมีจริยธรรมของเด็กปฐมวัยจำนวน 30
คน
ตัวแปรที่ศึกษา
1.ตัวแปรต้น ได้แก่ การเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง
2.ตัวแปรตาม ได้แก่ จริยธรรมด้านการพูดและด้านการกระทำ
เนื้อหา
เนื้อหาที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้
ได้แก่ การใช้กิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองเพื่อพัฒนาจริยธรรมด้านการพูดและด้านการกระทำของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่
1/1 ให้มีพฤติกรรมทางจริยธรรมด้านการพูด
ด้านการกระทำให้ดีขึ้น
ระยะเวลา
ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยใช้กิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองสำหรับเด็กปฐมวัยระดับชั้นอนุบาลปีที่
1/1 จำนวน 9 แผนโดยทำการทดลองในภาคเรียนที่
1 ปีการศึกษา 2564 ระหว่างวันที่ 17 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 3 เดือนมิถุนายน พ.ศ.2564 ระยะเวลาการทดลอง 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 20 นาที รวมทั้งสิ้น 24 ครั้ง
นิยามศัพท์เฉพาะ
1.เด็กปฐมวัย
หมายถึง เด็กนักเรียนชาย-หญิง อายุ 3-4
ปี ที่กำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1
ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย
(กระจ่าง สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร
2.จริยธรรมของเด็กปฐมวัย หมายถึง
การรับรู้ของเด็กเกี่ยวกับข้อที่พึงปฏิบัติและการเป็นที่ยอมรับของสังคมสำหรับเด็กปฐมวัยมี
2 ด้าน ดังนี้
2.1 จริยธรรมด้านการพูด
คือ การพูดไพเราะ
2.2 จริยธรรมด้านการกระทำ
คือการช่วยเหลือผู้อื่น
3.การจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบการใช้สถานการณ์จําลอง
หมายถึง กิจกรรมการเล่านิทานที่ครูเล่าให้เด็กฟังเพื่อนำเนื้อหาจากนิทานมาประกอบการแสดงโดยฝึกปฏิบัติและแก้ปัญหาต่างๆด้วย
ตนเองโดยเนื้อหาของนิทานเสริมสร้างจริยธรรมด้านการพูดและด้านการกระทำโดยครูเล่านิทานวันละ
1 เรื่อง ตั้งแต่ต้นจนจบ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 1 เรื่อง
ในการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบการใช้สถานการณ์จําลอง มีขั้นตอน 3 ขั้นตอน
ดังนี้
ขั้นที่ 1 ขั้นเตรียมการ (ขั้นนำ) นำเด็กเข้าสู่บทเรียนโดยการสนทนาร่วมกันเกี่ยวกับการจัด
กิจกรรมทำข้อตกลงร่วมกัน
การเล่านิทานเพื่อกระตุ้นให้เด็กเกิดการเรียนรู้
ขั้นที่ 2 ขั้นดำเนินการ (ขั้นสอน) ครูเล่านิทานให้เด็กๆฟังเมื่อเล่าเสร็จครูให้เด็กสร้างสถานการณ์จำลองประกอบการเล่านิทาน
ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป ครูและเด็กๆช่วยกันสรุปหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของนิทานและพร้อมอภิปรายหน้าชั้นเรียน
ปัญหาการวิจัย
การจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองช่วยพัฒนาจริยธรรมของเด็กปฐมวัยจริงหรือไม่
สมมุติฐานการวิจัย
1.เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์มีจริยธรรมด้านการพูด
ด้านการกระทำสูงขึ้นหลังจากได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองมีพฤติกรรมด้านการพูด
ด้านการกระทำดีขึ้น
2.ครูได้สื่อและกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมจริยธรรมสำหรับเด็กปฐมวัย
ฝึกทักษะอะไร
ทักษะการคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์เนื้อหา
การนำไปใช้
สามารถนำไปใช้ในการทำงานวิจัยในเล่มต่อไป
คำศัพท์
1. Presentation – การนำเสนอ
2. Arrangement of experiences – การจัดประสบการณ์
3. Modify – แก้ไข
4. Origin and importance – ที่มาและความสำคัญ
5. Pattern – รูปแบบ
ภาพกิจกรรมในชั้นเรียน
ผู้บันทึก
นางสาวอารีรัตน์ ไชยคำ
รหัสนักศึกษา 6011200612
บันทึกการเรียนครั้งที่ 20 วันที่ 26-27 เดือน เมษายน พ.ศ. 2564 การเขียนตัวอย่างแผนการจัดประสบการณ์ที่ใช้ในงานวิจัย และเครื่องมือการวัด...