วันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

 

บันทึกการเรียนครั้งที่ 20

วันที่ 26-27 เดือน เมษายน พ.ศ. 2564

การเขียนตัวอย่างแผนการจัดประสบการณ์ที่ใช้ในงานวิจัย
และเครื่องมือการวัดและประเมินผล ดังนี้



ผู้บันทึก นางสาวอารีรัตน์ ไชยคำ

รหัสนักศึกษา 6011200612





 

บันทึกการเรียนครั้งที่ 19

วันที่ 19-20 เดือน เมษายน พ.ศ. 2564
นำเสนองานวิจัยของตนเอง บทที่ 1 - 3 ผ่าน Powerpoint พร้อมนำเสนอ โดยดิฉันได้นำเสนองานวิจัยดังนี้

บทที่ 1

 บทนำ

ที่มาและความสำคัญ

          ปัจจุบันสังคมไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วสืบเนื่องมาจากความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทำให้มนุษย์ได้ศึกษาเรียนรู้สิ่งต่างๆได้มากขึ้นและที่สำคัญครอบครัวในปัจจุบันพ่อแม่และผู้ปกครองที่ทำงานนอกบ้านจึงไม่ค่อยมีเวลาอบรมเลี้ยงดูลูกในการใช้สื่อทางอินเทอร์เน็ตทำให้เกิดการรับวัฒนธรรมของต่างชาติและเกิดการเลียนแบบทำให้เด็กมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมขาดความมีจริยธรรมทางด้านการพูด เช่น การพูดที่ไม่ไพเราะซึ่งไม่มีคำลงท้าย ครับ/ค่ะ และด้านการกระทำซึ่ง ได้แก่ การช่วยเหลือผู้อื่นนั้นคือสิ่งที่เด็กควรปฏิบัติ ดังนั้นผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาและพัฒนาด้านจริยธรรมของเด็กปฐมวัยชั้นปีที่ 1/1 โดยการจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์ลำลองเพื่อพัฒนาจริยธรรมทางด้านการพูดและด้านการกระทำของเด็กปฐมวัยเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ในตัวเด็กปฐมวัยมากที่สุด

วัตถุประสงค์การวิจัย

เพื่อพัฒนาพฤติกรรมความมีจริยธรรมด้านการพูดและด้านการกระทำของเด็กปฐมวัยโรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) จากการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง

ขอบเขตการวิจัย

ประชากรที่ใช้ในการวิจัย

          ประชากรที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ คือ นักเรียนชาย – หญิง อายุระหว่าง 3-4 ปีกำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร จำนวน 3 ห้องเรียนมีจำนวนทั้งสิ้น 90 คน

 

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย

          กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นนักเรียนชาย-หญิงอายุระหว่าง 3-4 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1/1 จำนวน 30 คน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โดยคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างจากการสุ่มแบบกลุ่ม (cluster sampling) จากนั้นทำการสังเกตและบันทึกพฤติกรรมความมีจริยธรรมของเด็กปฐมวัย

 

ตัวแปรที่ศึกษา

          1.ตัวแปรต้น ได้แก่ การเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง

          2.ตัวแปรตาม ได้แก่ จริยธรรมด้านการพูดและด้านการกระทำ

เนื้อหา

          เนื้อหาที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ การใช้กิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองเพื่อพัฒนาจริยธรรมด้านการพูดและด้านการกระทำของเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 1/1 ให้มีพฤติกรรมทางจริยธรรมด้านการพูด ด้านการกระทำให้ดีขึ้น

ระยะเวลา

          ในการวิจัยครั้งนี้  ผู้วิจัยใช้กิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองสำหรับเด็กปฐมวัยระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1/1 จำนวน 24 แผนโดยทำการทดลองในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ระหว่างวันที่ 17 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 3 เดือนมิถุนายน พ.ศ.2564 ระยะเวลาการทดลอง 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 20 นาที รวมทั้งสิ้น 24 ครั้ง

นิยามศัพท์เฉพาะ

          1.เด็กปฐมวัย หมายถึง เด็กนักเรียนชาย-หญิง อายุ 3-4 ปี ที่กำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1

ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร

          2.จริยธรรมของเด็กปฐมวัย หมายถึง พฤติกรรมที่เด็กได้แสดงออกมาผ่านการกระทำและการพูด

3.การจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบการใช้สถานการณ์จําลอง หมายถึง กิจกรรมการเล่านิทานที่ครูเล่าให้เด็กฟังเพื่อนำเนื้อหาจากนิทานมาประกอบการแสดงโดยฝึกปฏิบัติและแก้ปัญหาต่างๆด้วย

ตนเองโดยเนื้อหาของนิทานเสริมสร้างจริยธรรมด้านการพูดและด้านการกระทำโดยครูเล่านิทานวันละ 1 เรื่อง ตั้งแต่ต้นจนจบ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 1 เรื่อง ในการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบการใช้สถานการณ์จําลอง มีขั้นตอน 3 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นที่ 1 ขั้นเตรียมการ (ขั้นนำ) นำเด็กเข้าสู่บทเรียนโดยการสนทนาร่วมกันเกี่ยวกับการจัด

กิจกรรมทำข้อตกลงร่วมกัน

การเล่านิทานเพื่อกระตุ้นให้เด็กเกิดการเรียนรู้

ขั้นที่ 2 ขั้นดำเนินการ (ขั้นสอน) ครูเล่านิทานให้เด็กๆฟังเมื่อเล่าเสร็จครูให้เด็กสร้างสถานการณ์จำลองประกอบการเล่านิทาน

ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป ครูและเด็กๆช่วยกันสรุปหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของนิทานและพร้อมอภิปรายหน้าชั้นเรียน 

ปัญหาการวิจัย

การจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองช่วยพัฒนาจริยธรรมของเด็กปฐมวัยจริงหรือไม่

สมมุติฐานการวิจัย

เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์มีจริยธรรมด้านการพูด ด้านการกระทำสูงขึ้นหลังจากได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์

ประโยชน์ที่ได้รับ

1.เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองมีพฤติกรรมด้านการพูด ด้านการกระทำดีขึ้น

2. ครูได้แนวทางในการจัดกิจกรรมที่จะส่งเสริมความมีจริยธรรมให้สำหรับเด็กปฐมวัย

 

บทที่ 2

เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องและได้นำเสนอตามหัวข้อต่อไปนี้

1.เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับความหมายของเด็กปฐมวัยและจริยธรรมสำหรับเด็กปฐมวัย

1.1 ความหมายของเด็กปฐมวัย

1.2 ความสำคัญของเด็กปฐมวัย

1.3 ความหมายของจริยธรรม

1.4 ความสำคัญของจริยธรรม

1.5 องค์ประกอบของจริยธรรม

1.6 รูปแบบของจริยธรรมสำหรับเด็กปฐมวัย

1.7 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรมสำหรับเด็กปฐมวัย

2. เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับนิทานและการเล่านิทาน

2.1 ความหมายของนิทาน

2.2 ความหมายของการเล่านิทาน

2.3 ประเภทของนิทาน

2.4 จุดประสงค์ของการเล่านิทาน

2.5 คุณค่าของการเล่านิทานต่อการเรียนรู้ของเด็ก

2.6 เทคนิคการเล่านิทานสำหรับเด็กปฐมวัย

2.7 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับนิทานและการเล่านิทาน

3. เอกสารที่เกี่ยวข้องกับทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย

3.1 ทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของเพียเจท์

3.2 ทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมเชิงเหตุผลจริยธรรมของโคลเบอร์ก

3.3 ทฤษฎีจิตวิเคราะห์เกี่ยวกับพัฒนาการทางจริยธรรมของซิกมันฟรอยด์

3.4 ทฤษฎีของอิมมานูเอลคานท์

3.5 ทฤษฎีต้นไม้จริยธรรม

4.เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์จำลอง

4.1 ความหมายของสถานการณ์จำลอง

4.2 ความมุ่งหมายในการสร้างสถานการณ์จำลอง

4.3 วิธีเสนอสถานการณ์จำลอง

4.4 หลักในการนำสถานการณ์จำลองไปในการเรียนการสอน

4.5 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์จำลอง

 

บทที่ 3

วิธีดำเนินการวิจัย

การวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาจริยธรรมทางด้านการพูดและด้านการกระทำของเด็กปฐมวัยโดยใช้กิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่1/1 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี ) ซึ่งมีขั้นตอน และวิธีการดำเนินการวิจัย ตามลำดับหัวข้อดังนี้

1.ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

3. การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย        

4. การเก็บรวบรวมข้อมูล

5.วิธีดำเนินการทดลอง

6.การวิเคราะห์ข้อมูล

 

1.ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

1.1 ประชากร

ประชากรที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ คือ นักเรียนชาย – หญิง อายุระหว่าง 3-4 ปีกำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร จำนวน 3 ห้องเรียนมีจำนวนทั้งสิ้น 90 คน

 

1.2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย

          กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นนักเรียนชาย-หญิงอายุระหว่าง 3-4 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1/1 จำนวน 30 คน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โดยคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างจากการสุ่มแบบกลุ่ม (cluster sampling)

 

2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

ในการวิจัยครั้งนี้ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย

2.1 แผนการจัดประสบการณ์การเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง

2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมความมีจริยธรรมของเด็กปฐมวัยด้านการพูดและด้านการกระทำ

 

3. การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย      

การพัฒนาจริยธรรมของเด็กปฐมวัยโดยใช้กิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง มีดังนี้

 

3.1 สร้างแผนการจัดประสบการณ์การเล่านิทาน ดังนี้

3.1.1 ศึกษาทฤษฎี เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดประสบการณ์การเล่านิทานเพื่อใช้ในการพัฒนาจริยธรรมของเด็กปฐมวัยโดยมีขั้นตอนดังนี้

                    3.1.1.1 ศึกษาเอกสารเกี่ยวกับการเล่านิทานเกี่ยวกับจริยธรรมสำหรับเด็กปฐมวัยเพื่อใช้เป็นแนวทางในการคัดเลือกนิทานได้อย่างเหมาะสม

                    3.1.1.2 คัดเลือกชื่อนิทานที่เหมาะสมกับเด็กปฐมวัยเกี่ยวกับเรื่องการพัฒนาจริยธรรมของเด็กปฐมวัยซึ่งประกอบด้วยหัวข้อดังต่อไปนี้

·         นิทานจริยธรรมเกี่ยวกับด้านการพูด ได้แก่ การพูดไพเราะ

·         นิทานจริยธรรมเกี่ยวกับด้านการกระทำ ได้แก่ การช่วยเหลือผู้อื่น

3.1.1.3 ดำเนินการจัดทำแผนการจัดประสบการณ์เล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง

จำนวน 24 แผน ซึ่งประกอบด้วยหัวข้อต่อไปนี้

·         จุดประสงค์

·         เนื้อหา

·         การดำเนินกิจกรรม (ขั้นนำ ขั้นสอน ขั้นสรุป)

 โดยมีการจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 1 เรื่อง จำนวน 8 สัปดาห์

          3.1.2 จัดทำแผนและนำแผนการจัดประสบการณ์กิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองจำนวนทั้งหมด 24 แผน

3.1.3 ไปนำเสนอผู้เชี่ยวชาญตรวจพิจารณาเพื่อหาความสอดคล้อง ( IOC) ของจุดประสงค์ เนื้อหา การดำเนินกิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง และการประเมินผล โดยมีค่าความคิดเห็นตรงกันอย่างน้อย 2 ใน 3 มีค่าเท่ากับ.0.5 ขึ้นไปถือว่าเชื่อถือได้ เกณฑ์การพิจราณา ดังนี้

+1 หมายถึง เมื่อผู้เชี่ยวชาญเห็นด้วย

0 หมายถึง เมื่อผู้เชี่ยวชาญไม่แน่ใจ

-1 หมายถึง เมื่อผู้เชี่ยวชาญไม่เห็นด้วย

และปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสม

3.1.4 นำแผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญมาปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำ โดยใช้เกณฑ์ความเห็นตรงกัน 2 ใน 3 ซึ่งในการวิจัยครั้งนี้ได้แก้ไข ปรับปรุงแผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน

3.1.5 นำแผนการจัดประสบการณ์ไปทดลอง (Try Out) ใช้กับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 ของโรงเรียนพระยาประเสิรฐ สุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง เพื่อหาข้อบกพร่อง

และความเป็นไปได้

3.1.6 ปรับปรุงแก้ไขแผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองให้เป็นฉบับสมบูรณ์

3.1.7 นำแผนกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองที่ปรับปรุงเหมาะสมแล้วจัดทำฉบับจริงเพื่อนำไปใช้กับกลุ่มตัวอย่าง

3.2 แบบสังเกตพฤติกรรมจริยธรรมของเด็กปฐมวัย ดังนี้

แบบสังเกตพฤติกรรมความมีจริยธรรมทางด้านการพูดและด้านการกระทำโดยมีขบวนการสร้างแบบสังเกตพฤติกรรมความมีจริยธรรม ดังนี้

3.2.1 ศึกษาแนวคิดทฤษฎีและหลักการต่างๆจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรมของเด็กปฐมวัย

3.2.2 ดำเนินการสร้างแบบสังเกตเกี่ยวกับจริยธรรมของเด็กปฐมวัยทั้ง 2 ด้าน ด้านละ 5 ข้อ

     3.2.2.1 ด้านการพูด จำนวน 5 ข้อที่เป็นข้อคำถามถึง พฤติกรรมการแสดงออกของเด็กปฐมวัยทางด้านการพูด ได้แก่ การพูดขอบคุณผู้ใหญ่ การพูดขอโทษผู้อื่น การพูดสวัสดีผู้ใหญ่ การไม่พูดโกหก การไม่พูดคำหยาบ

              3.2.2.2 ด้านการกระทำจำนวน 5 ข้อที่เป็นข้อคำถามถึง พฤติกรรมการแสดงออกของเด็กปฐมวัย                                ทางด้านการกระทำ ได้แก่ การช่วยผู้อื่นเก็บของเข้าที่ การช่วยพ่อแม่หรือผู้อื่นถือของ ช่วยทำความสะอาดห้องเรียน ช่วยจัดเรียงสิ่งของในห้องเรียนหรือที่บ้านให้เป็นระเบียบ ช่วยเก็บขยะที่คนอื่นทำหล่นลงพื้นไปทิ้งขยะ

แบบประเมินด้านจริยธรรมจะมีจำนวนทั้งหมด 2 ชุด โดยมีเกณฑ์ในการให้คะแนน ดังนี้

ชุดที่ 1 แบบประเมินจริยธรรมด้านการพูด ได้แก่ การพูดไพเราะ

                   2 หมายถึง เด็กพูดเพราะอย่างสม่ำเสมอ

                   1 หมายถึง เด็กพูดเพราะในบางครั้ง

                   0 หมายถึง เด็กพูดไม่เพราะเลย

ชุดที่ 2 แบบประเมินจริยธรรมด้านการกระทำ ได้แก่ การช่วยเหลือผู้อื่น

                   2 หมายถึง เด็กช่วยเหลือผู้อื่นอย่างสม่ำเสมอ

                   1 หมายถึง เด็กช่วยเหลือผู้อื่นในบางครั้ง

                   0 หมายถึง เด็กไม่ช่วยเหลือผู้อื่นเลย

3.2.3 นำแบบสังเกตพฤติกรรมความมีจริยธรรมของเด็กปฐมวัยด้านการพูดและด้านการกระทำที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นนำไปเสนอผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่านเพื่อตรวจสอบความเที่ยงตรงตามเนื้อหาและความเหมาะสมของแบบสังเกต

3.2.4 นำแบบสังเกตพฤติกรรมความมีจริยธรรมของเด็กปฐมวัยด้านการพูดและด้านการกระทำมาปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ 

      2.5 นำแบบสังเกตที่ปรับปรุงแล้วไปทดลองใช้ (Try Out) กับเด็กปฐมวัยชั้นนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานครจำนวน 30 คน


ซึ่งสามารถดูคลิ๊กดูไฟล์เต็มฉบับได้ ในหน้าบล็อก


 

บันทึกการเรียนครั้งที่ 18

วันที่ 12-13 เดือน เมษายน พ.ศ. 2564

วันหยุดสงกรานต์

ผู้บันทึก นางสาวอารีรัตน์ ไชยคำ

รหัสนักศึกษา 6011200612

 

บันทึกการเรียนครั้งที่ 17

วันที่ 5 เดือน เมษายน พ.ศ. 2564

ปรับปรุงแก้ไขงานวิจัยเพื่อนำงานวิจัยเรื่องการพัฒนาจริยธรรมของเด็กปฐมวัยโดยการจัดกิจกรรมเล่านิทาน

ประกอบสถานการณ์จำลอง

ผู้บันทึก นางสาวอารีรัตน์ ไชยคำ

รหัสนักศึกษา 6011200612

 

บันทึกการเรียนครั้งที่ 16

วันที่ 29-30 เดือน มีนาคม พ.ศ. 2564

ดูรายละเอียดงานวิจัยเพื่อนที่นำเสนอและนำไปปรับปรุงแก้ไขงานวิจัยของตนเองเพื่อนำงานวิจัยเรื่องการ

พัฒนาจริยธรรมของเด็กปฐมวัยโดยการจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง

ผู้บันทึก นางสาวอารีรัตน์ ไชยคำ

รหัสนักศึกษา 6011200612

 

บันทึกการเรียนครั้งที่ 15

วันที่ 22-23 เดือน มีนาคม พ.ศ. 2564

ปรับปรุงแก้ไขงานวิจัยเพื่อนำงานวิจัยเรื่องการพัฒนาจริยธรรมของเด็กปฐมวัยโดยการจัดกิจกรรมเล่านิทาน

ประกอบสถานการณ์จำลอง

ผู้บันทึก นางสาวอารีรัตน์ ไชยคำ

รหัสนักศึกษา 6011200612

 

บันทึกการเรียนครั้งที่ 14

วันที่ 15-16 เดือน มีนาคม พ.ศ. 2564

ปรับปรุงแก้ไขงานวิจัยเพื่อนำงานวิจัยและสืบค้นหาข้อมูลที่ใช้เกี่ยวกับเอกสารอ้างอิงในงานวิจัยการพัฒนา

จริยธรรมของเด็กปฐมวัยโดยการจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง

ผู้บันทึก นางสาวอารีรัตน์ ไชยคำ

รหัสนักศึกษา 6011200612

 

บันทึกการเรียนครั้งที่ 13

วันที่ 8-9 เดือน มีนาคม พ.ศ. 2564

ปรับปรุงแก้ไขงานวิจัยเพื่อนำงานวิจัยและสืบค้นหาข้อมูลที่ใช้เกี่ยวกับเอกสารอ้างอิงในงานวิจัยการพัฒนา

จริยธรรมของเด็กปฐมวัยโดยการจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง

ผู้บันทึก นางสาวอารีรัตน์ ไชยคำ

รหัสนักศึกษา 6011200612

 

บันทึกการเรียนครั้งที่ 12

วันที่ 1-2 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2564

ปรับปรุงแก้ไขงานวิจัยเพื่อนำงานวิจัยไปตรวจสอบในครั้งต่อไปเกี่ยวกับวิจัยการพัฒนาจริยธรรมของ

เด็กปฐมวัยโดยการจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง

ผู้บันทึก นางสาวอารีรัตน์ ไชยคำ

รหัสนักศึกษา 6011200612

 

บันทึกการเรียนครั้งที่ 11

วันที่ 22-23 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

สำหรับการเรียนในวันนี้เป็นการนำเสนองานวิจัย

งานชิ้นที่ 1 ให้เขียนชื่อวิจัยของตนเอง ชื่อโรงเรียนที่ตนเองอยู่ และเอกสารวิจัยที่นำมาอ้างอิงในงานวิจัย

ชื่อวิจัย การพัฒนาจริยธรรมของเด็กปฐมวัยโดยการจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง เอกสารที่ใช้ในการวิจัย

 1.ชื่อวิจัย : การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมด้านความมีน้ำใจของเด็กอนุบาลชั้นปีที่1/4ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กโรงเรียนวัดไผ่โรงวัวโดยใช้กิจกรรมเล่านิทานคุณธรรม

 ผู้วิจัย สมลักษณ์ เมฆหมอก หลักสูตรปริญญา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ปี 2560

 2.ชื่อวิจัย : การใช้สื่อประสมชุดส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมด้านความซื่อสัตย์ของเด็กปฐมวัย

ผู้วิจัย อาจารย์สุทิตา จุลกนิษฐ์และผู้ช่วยศาสตราจารย์ นุชฤดี รุ่ยใหม่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ปี2558

3.ชื่อวิจัย : ปริญญานิพนธ์ เรื่อง การพัฒนาจริยธรรมของเด็กปฐมวัยโดยการเล่านิทานและติดตามผล ผู้วิจัย ปราณี ปริยวาที มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปี2551

4.ชื่อวิจัย : การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนอนุบาล 1 โดยการประยุกต์ใช้การวิจัยเป็นฐานโรงเรียนบ้านสามหลัง

ผู้วิจัย เปรมวราพร พิณจิรวิทย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี ปี 2558

5.ชื่อวิจัย : พฤติกรรมการเก็บของเล่นของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบการใช้สถานการณ์จำลอง

ผู้วิจัย ปิยะนุช บุญประสิทธิ์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ปี 2559

6.ชื่อวิจัย :ปริญญานิพนธ์เรื่องพฤติกรรมทางสังคมของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมเล่านิทานอีสป

ประกอบการใช้สถานการณ์จำลอง

ผู้วิจัย : อริสา โสคำภา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปี 2551

 

 บรรยากาศการเรียน 
วันนี้อาจารย์นัดตรวจความคืบหน้าของงานวิจัย 
โดยแบ่งเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละประมาณ 5 - 6 คน 

และกลับไปแก้ไขงานวิจัยของตนเองให้ดีขึ้้น






ผู้บันทึก นางสาวอารีรัตน์ ไชยคำ

รหัสนักศึกษา 6011200612


 

บันทึกการเรียนครั้งที่ 10

วันที่ 16 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

วันนี้ได้เข้าไปเรียนที่มหาวิทยาลัย เพื่อนำเสนอ งานวิจัย ซึ่งดิฉันก็ได้ปรับเปลี่ยนหัวข้อการวิจัยเพื่อให้เหมาะสมและแก้ไขเพื่อนำเสนองานวิจัยในครั้งต่อไปซึ่งข้อมูลที่ได้นำเสนอครั้งนี้มีรายละเอียดของงานวิจัย บทที่ 1 ดังนี้

ที่มาและความสำคัญ

                ปัจจุบันสังคมไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วสืบเนื่องมาจากความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเกิดโลกไร้พรหมแดนขึ้นคนสามารถศึกษาเรียนรู้สิ่งต่างๆได้มากขึ้นเกิดการรับวัฒนธรรมของต่างชาติเข้ามามีบทบาทมากขึ้นจึงเกิดความอ่อนแอของวัฒนธรรมไทยที่ไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กเพื่อรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดปัญหาต่างๆตามมามากมายซึ่งส่งผลให้เด็กและเยาวชนไทยมีพฤติกรรมและค่านิยมที่ไม่พึงประสงค์ เช่น ปัญหาเด็กติดยาเสพติด ปัญหาเรื่องโรคเอดส์จากการมีพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสม ปัญหาการใช้ความรุนแรง ปัญหาเรื่องความพุ่มเฟือยไม่ประหยัด ซึ่งสังคมอาจมองว่าคุณธรรม จริยธรรมเสื่อมลงปัญหาคุณธรรมจริยธรรมถือเป็นปัญหาสังคมโดยรวม ซึ่งเกี่ยวพันไปถึงเด็กด้วย (มัณฑนา ศังชะกฤษณ์, 2550, หน้า 2-3) คุณธรรมจริยธรรมเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อสังคมเป็นอย่างมาก ในการกำหนดความสงบสุขของสังคม คนในสังคมต้องเป็นผู้ที่เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมจริยธรรม จึงจะทำให้สังคมนั้นมีแต่ความสุขในขณะเดียวกันหากคนในสังคมใดมีความบกพร่องทางด้านจิตใจ ขาดคุณธรรมจริยธรรมแม้สังคมนั้นจะมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจก็ย่อมจะหาความสงบสุขได้ยากการพัฒนา คุณธรรมจริยธรรมของคนในสังคมไทยจะต้องมีการพัฒนาตั้งแต่ปฐมวัยเพราะเด็กปฐมวัยจะเป็นกำลังของประเทศ (สิริมา ภิญโญอนันตพงษ์, 2545, หน้า 13

การจัดการศึกษาระดับปฐมวัยเป็นการศึกษาที่มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเด็กแรกเกิด - 6 ปี เพราะเด็กในวัยนี้เป็นวัยที่กำลังพัฒนาด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา ประสบการณ์ที่เด็กได้รับจะมีอิทธิพลต่อการเสริมสร้างความพร้อมและพัฒนาในขั้นต่อไป (บัญชา แสนทวี. 2541: 58; อ้างอิงจาก Bloom) และในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 การจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัยเป็นการจัดในลักษณะของการบรมเลี้ยงดูและการให้การศึกษาแก่เด็กทุกด้าน ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และ สติปัญญา ตามวัยและความสามารถของเด็กแต่ละคน เพื่อเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต และอยู่ ในสังคมได้อย่างมีความสุข (กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. 2540: 31)

การสร้างจริยธรรมให้กับเด็กเป็นพันธกิจสำคัญของโรงเรียน และครอบครัว เด็กที่มีจริยธรรมดีจะอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข จริยธรรมมีความสัมพันธ์กับคุณธรรม กล่าวคือ จริยธรรมเป็นการประพฤติทางความคิด คำพูด และการกระทำที่ดี ที่ทำให้เกิดการอยู่ร่วมกัน อย่างมีความสุข (กุลยา ตันติผลาชีวะ. 2547: 212 - 213) การพัฒนาจริยธรรมให้กับเด็ก มีหลายวิธีจากการศึกษาผลงานวิจัย พบว่า มีการใช้ทั้งนิทาน การละครและการเล่น สร้างจริยธรรมให้กับเด็กตัวอย่าง เช่น การใช้แบบจากนิทานชาดก เพื่อพัฒนาพฤติกรรมเชิง จริยธรรมในเด็กปฐมวัย (วารี นิยมธรรม. 2536) การจัดกิจกรรมละครสดเสริมจริยธรรมและ สนทนาเสริมจริยธรรมที่มีต่อการรับรู้ทางจริยธรรมของเด็กปฐมวัย ของเบญจพร สมานมาก (2540) การจัดกิจกรรมการเล่านิทานคติธรรม การเล่นแบบร่วมมือ เพื่อศึกษาการรับรู้วินัยของเด็กปฐมวัยของ สุภัค ไหวหากิจ (2544)

จากการสังเกตพฤติกรรมศึกษางานวิจัยของเด็กปฐมวัยและสอบถามครูประจำชั้นโรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) พบว่าเด็กปฐมวัยที่เริ่มเข้าเรียนเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการศึกษาเรียนรู้ในอนาคตมีพฤติกรรมที่แสดงออกคล้ายคลึงกัน เช่น ร้องไห้ ไม่สวัสดีครู พ่อแม่ ผู้ปกครอง พูดจาไม่เพราะ หวงของเล่นไม่รู้จักการแบ่งปัน พฤติกรรมต่างๆเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนแอของสถาบันครอบครัว ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากปัญหาต่างๆของแต่ละครอบครัวนั้นๆเช่นพ่อแม่ผู้ปกครองไม่มีเวลาสอนลูกต้องทำงานแข่งกับเวลาหรือเกิดจากสภาพแวดล้อมที่เด็กอาศัยอยู่ ซึ่งต่างไปจากสังคมในอดีตที่ให้ความสำคัญในการเลี้ยงดูลูกหลานเป็นพิเศษพฤติกรรมของเด็กจึงเป็นไปในทางลบ นอกจากปัญหาการอบรมเลี้ยงดูและอีกสาเหตุหนึ่งมาจากที่เด็กต้องเข้ามาอยู่ร่วมกันในสังคมใหม่พบกับบุคคลที่แปลกหน้าไม่รู้จักคุ้นเคยมาก่อนทำให้เด็กเกิดความไม่ไว้วางใจจึงแสดงออกซึ่งพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ซึ่งปัญหาดังกล่าว ผู้ปกครองจึงมีบทบาทสำคัญและควรเป็นแบบอย่างที่ดีที่จะส่งเสริมหรือจัดกิจกรรมที่ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมที่หลากหลายซึ่งการจัดกิกรรมสำหรับเด็กปฐมวัยควรส่งเสริมให้เด็กมีส่วนร่วมหรือดำเนินกิจกรรมให้มากที่สุดจัดประสบการณ์แบบยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง ให้เด็กเรียนรู้ร่วมกันฝึกการ ช่วยเหลือ แบ่งปั่น มีน้ำใจต่อกัน เป็นการปูพื้นทางคุณธรรมจริยธรรมให้กับเด็กในทางอ้อมเช่นกัน ซึ่งการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมจะช่วยให้เด็กมีพฤติกรรมที่เหมาะสม เพราะคุณธรรมจริยธรรมเป็นปัจจัยสำคัญ ในการพัฒนาอุปนิสัยของเด็กและเป็นพื้นฐานของบุคคลในการดำเนินชีวิต การอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข การปลูกฝังให้เด็กมีพื้นฐานของการมีคุณธรรมจริยธรรมที่ดีขึ้นจึงเป็นหน้าที่สำคัญของบุคลที่เกี่ยวข้องจากประสบการณ์ที่เด็กได้เรียนรู้จากครอบครัวคนใกล้ชิด และการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่เหมาะสมกับวัยเพื่อส่งเสริมให้เด็กมีคุณธรรมจริยธรรมและมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ จากการศึกษาปัญหาดังกล่าวเห็นว่าเด็กปฐมวัยควรได้รับการส่งเสริมและพัฒนาจริยธรรมที่หลากหลาย จากการศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้อง พบว่ามีการใช้นิทาน การละครการเล่นสร้างจริยธรรมให้กับเด็ก ตัวอย่างเช่นการพัฒนาจริยธรรมของเด็กปฐมวัยโดยใช้การเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง (ปราณี ปริยวาที.2551) การใช้แม่แบบจากนิทานเพื่อพัฒนาพฤติกรรมเชิงจริยธรรมในเด็กปฐมวัย (วารี นิยมธรรม.2536) อ้างใน (ปราณี ปริยวาที.2551) และนอกจากนี้ พบว่า มีการสอนจริยธรรม โดยใช้นิทานในการสอนวินัย โดยครูเป็นผู้แต่งนิทานขึ้นและทดลองสอนจริง เมื่อมีเหตุการณ์ที่เด็กขาดระเบียบ ผลของการปลูกฝังวินัยจากการเทียบเคียงจากนิทาน พบว่า เด็กพอใจและเข้าใจง่าย จดจำได้ (น้ำฝน ปียะ. 2541:20-24) อ้างใน (ปราณี ปริ ยวาที่.2551)

ดังนั้นผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาพัฒนาทางด้านจริยธรรมของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/1โดยการจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) โดยเน้นการรับรู้ซึ่งจะส่งผลให้เด็กปฐมวัยได้ปฏิบัติในสิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยเฉพาะด้านการพูดและด้านการกระทำด้วยการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองให้เด็กปฏิบัติจริงเพื่อพัฒนาจริยธรรมของเด็กปฐมวัยและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในตัวเด็ก

 

วัตถุประสงค์การวิจัย

เพื่อพัฒนาพฤติกรรมความมีจริยธรรมด้านการพูดและด้านการกระทำของเด็กปฐมวัยโรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) จากการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง

ขอบเขตการวิจัย

ประชากรที่ใช้ในการวิจัย

                ประชากรที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ คือ นักเรียนชาย – หญิง อายุระหว่าง 3-4 ปีกำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร จำนวน 3 ห้องเรียน 90 คน

 

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย

                กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นนักเรียนชาย-หญิงอายุระหว่าง 3-4 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานครจำนวน 30 คน โดยคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างจากการสุ่มแบบกลุ่ม (cluster rendom sampling) จากนั้นทำการสังเกตและบันทึกพฤติกรรมความมีจริยธรรมของเด็กปฐมวัยจำนวน 30 คน

 

ตัวแปรที่ศึกษา

                1.ตัวแปรต้น ได้แก่ การเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง

                2.ตัวแปรตาม ได้แก่ จริยธรรมด้านการพูดและด้านการกระทำ

 

เนื้อหา

                เนื้อหาที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ การใช้กิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองเพื่อพัฒนาจริยธรรมด้านการพูดและด้านการกระทำของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/1 ให้มีพฤติกรรมทางจริยธรรมด้านการพูด ด้านการกระทำให้ดีขึ้น

 

ระยะเวลา

                ในการวิจัยครั้งนี้  ผู้วิจัยใช้กิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองสำหรับเด็กปฐมวัยระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1/1 จำนวน 9 แผนโดยทำการทดลองในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ระหว่างวันที่ 17 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 3 เดือนมิถุนายน พ.ศ.2564 ระยะเวลาการทดลอง 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 20 นาที รวมทั้งสิ้น 24 ครั้ง

 

นิยามศัพท์เฉพาะ

                1.เด็กปฐมวัย หมายถึง เด็กนักเรียนชาย-หญิง อายุ 3-4 ปี ที่กำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร

                2.จริยธรรมของเด็กปฐมวัย หมายถึง การรับรู้ของเด็กเกี่ยวกับข้อที่พึงปฏิบัติและการเป็นที่ยอมรับของสังคมสำหรับเด็กปฐมวัยมี 2 ด้าน ดังนี้

2.1 จริยธรรมด้านการพูด คือ การพูดไพเราะ

2.2 จริยธรรมด้านการกระทำ คือการช่วยเหลือผู้อื่น

3.การจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบการใช้สถานการณ์จําลอง หมายถึง กิจกรรมการเล่านิทานที่ครูเล่าให้เด็กฟังเพื่อนำเนื้อหาจากนิทานมาประกอบการแสดงโดยฝึกปฏิบัติและแก้ปัญหาต่างๆด้วย

ตนเองโดยเนื้อหาของนิทานเสริมสร้างจริยธรรมด้านการพูดและด้านการกระทำโดยครูเล่านิทานวันละ 1 เรื่อง ตั้งแต่ต้นจนจบ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 1 เรื่อง ในการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบการใช้สถานการณ์จําลอง มีขั้นตอน 3 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นที่ 1 ขั้นเตรียมการ (ขั้นนำ) นำเด็กเข้าสู่บทเรียนโดยการสนทนาร่วมกันเกี่ยวกับการจัด

กิจกรรมทำข้อตกลงร่วมกัน

การเล่านิทานเพื่อกระตุ้นให้เด็กเกิดการเรียนรู้

ขั้นที่ 2 ขั้นดำเนินการ (ขั้นสอน) ครูเล่านิทานให้เด็กๆฟังเมื่อเล่าเสร็จครูให้เด็กสร้างสถานการณ์จำลองประกอบการเล่านิทาน

ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป ครูและเด็กๆช่วยกันสรุปหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของนิทานและพร้อมอภิปรายหน้าชั้นเรียน

 

ปัญหาการวิจัย

การจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองช่วยพัฒนาจริยธรรมของเด็กปฐมวัยจริงหรือไม่

 

สมมุติฐานการวิจัย

1.เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์มีจริยธรรมด้านการพูด ด้านการกระทำสูงขึ้นหลังจากได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์

 

ประโยชน์ที่ได้รับ

1.เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองมีพฤติกรรมด้านการพูด ด้านการกระทำดีขึ้น

2.ครูได้สื่อและกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมจริยธรรมสำหรับเด็กปฐมวัย

 

ฝึกทักษะอะไร 

ทักษะการคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์เนื้อหา

การนำไปใช้

สามารถนำไปใช้ในการทำงานวิจัยในเล่มต่อไป

คำศัพท์

1.     Presentation – การนำเสนอ

2.    Arrangement of experiences – การจัดประสบการณ์

3.    Modify – แก้ไข

4.    Origin and importance – ที่มาและความสำคัญ

5.    Pattern – รูปแบบ

ภาพกิจกรรมในชั้นเรียน




ผู้บันทึก นางสาวอารีรัตน์ ไชยคำ

รหัสนักศึกษา 6011200612

  บันทึกการเรียนครั้งที่ 20 วันที่ 26-27 เดือน เมษายน พ.ศ. 2564 การเขียนตัวอย่างแผนการจัดประสบการณ์ที่ใช้ในงานวิจัย และเครื่องมือการวัด...