บันทึกการเรียนครั้งที่ 10
วันที่ 16 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564
วันนี้ได้เข้าไปเรียนที่มหาวิทยาลัย
เพื่อนำเสนอ งานวิจัย ซึ่งดิฉันก็ได้ปรับเปลี่ยนหัวข้อการวิจัยเพื่อให้เหมาะสมและแก้ไขเพื่อนำเสนองานวิจัยในครั้งต่อไปซึ่งข้อมูลที่ได้นำเสนอครั้งนี้มีรายละเอียดของงานวิจัย
บทที่ 1 ดังนี้
ที่มาและความสำคัญ
ปัจจุบันสังคมไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วสืบเนื่องมาจากความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเกิดโลกไร้พรหมแดนขึ้นคนสามารถศึกษาเรียนรู้สิ่งต่างๆได้มากขึ้นเกิดการรับวัฒนธรรมของต่างชาติเข้ามามีบทบาทมากขึ้นจึงเกิดความอ่อนแอของวัฒนธรรมไทยที่ไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กเพื่อรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดปัญหาต่างๆตามมามากมายซึ่งส่งผลให้เด็กและเยาวชนไทยมีพฤติกรรมและค่านิยมที่ไม่พึงประสงค์
เช่น ปัญหาเด็กติดยาเสพติด ปัญหาเรื่องโรคเอดส์จากการมีพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสม
ปัญหาการใช้ความรุนแรง ปัญหาเรื่องความพุ่มเฟือยไม่ประหยัด ซึ่งสังคมอาจมองว่าคุณธรรม
จริยธรรมเสื่อมลงปัญหาคุณธรรมจริยธรรมถือเป็นปัญหาสังคมโดยรวม
ซึ่งเกี่ยวพันไปถึงเด็กด้วย
(มัณฑนา ศังชะกฤษณ์, 2550, หน้า 2-3) คุณธรรมจริยธรรมเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อสังคมเป็นอย่างมาก
ในการกำหนดความสงบสุขของสังคม คนในสังคมต้องเป็นผู้ที่เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมจริยธรรม
จึงจะทำให้สังคมนั้นมีแต่ความสุขในขณะเดียวกันหากคนในสังคมใดมีความบกพร่องทางด้านจิตใจ
ขาดคุณธรรมจริยธรรมแม้สังคมนั้นจะมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจก็ย่อมจะหาความสงบสุขได้ยากการพัฒนา
คุณธรรมจริยธรรมของคนในสังคมไทยจะต้องมีการพัฒนาตั้งแต่ปฐมวัยเพราะเด็กปฐมวัยจะเป็นกำลังของประเทศ
(สิริมา ภิญโญอนันตพงษ์, 2545, หน้า 13
การจัดการศึกษาระดับปฐมวัยเป็นการศึกษาที่มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเด็กแรกเกิด
- 6 ปี
เพราะเด็กในวัยนี้เป็นวัยที่กำลังพัฒนาด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา
ประสบการณ์ที่เด็กได้รับจะมีอิทธิพลต่อการเสริมสร้างความพร้อมและพัฒนาในขั้นต่อไป
(บัญชา แสนทวี. 2541: 58; อ้างอิงจาก Bloom) และในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 การจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัยเป็นการจัดในลักษณะของการบรมเลี้ยงดูและการให้การศึกษาแก่เด็กทุกด้าน
ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และ สติปัญญา
ตามวัยและความสามารถของเด็กแต่ละคน เพื่อเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต และอยู่ ในสังคมได้อย่างมีความสุข
(กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. 2540: 31)
การสร้างจริยธรรมให้กับเด็กเป็นพันธกิจสำคัญของโรงเรียน
และครอบครัว เด็กที่มีจริยธรรมดีจะอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข
จริยธรรมมีความสัมพันธ์กับคุณธรรม กล่าวคือ จริยธรรมเป็นการประพฤติทางความคิด
คำพูด และการกระทำที่ดี ที่ทำให้เกิดการอยู่ร่วมกัน อย่างมีความสุข (กุลยา
ตันติผลาชีวะ. 2547: 212 -
213) การพัฒนาจริยธรรมให้กับเด็ก มีหลายวิธีจากการศึกษาผลงานวิจัย
พบว่า มีการใช้ทั้งนิทาน การละครและการเล่น สร้างจริยธรรมให้กับเด็กตัวอย่าง เช่น
การใช้แบบจากนิทานชาดก เพื่อพัฒนาพฤติกรรมเชิง จริยธรรมในเด็กปฐมวัย (วารี
นิยมธรรม. 2536) การจัดกิจกรรมละครสดเสริมจริยธรรมและ สนทนาเสริมจริยธรรมที่มีต่อการรับรู้ทางจริยธรรมของเด็กปฐมวัย
ของเบญจพร สมานมาก (2540) การจัดกิจกรรมการเล่านิทานคติธรรม
การเล่นแบบร่วมมือ เพื่อศึกษาการรับรู้วินัยของเด็กปฐมวัยของ สุภัค ไหวหากิจ (2544)
จากการสังเกตพฤติกรรมศึกษางานวิจัยของเด็กปฐมวัยและสอบถามครูประจำชั้นโรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย
(กระจ่าง สิงหเสนี) พบว่าเด็กปฐมวัยที่เริ่มเข้าเรียนเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการศึกษาเรียนรู้ในอนาคตมีพฤติกรรมที่แสดงออกคล้ายคลึงกัน
เช่น ร้องไห้ ไม่สวัสดีครู พ่อแม่ ผู้ปกครอง พูดจาไม่เพราะ หวงของเล่นไม่รู้จักการแบ่งปัน
พฤติกรรมต่างๆเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนแอของสถาบันครอบครัว ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากปัญหาต่างๆของแต่ละครอบครัวนั้นๆเช่นพ่อแม่ผู้ปกครองไม่มีเวลาสอนลูกต้องทำงานแข่งกับเวลาหรือเกิดจากสภาพแวดล้อมที่เด็กอาศัยอยู่
ซึ่งต่างไปจากสังคมในอดีตที่ให้ความสำคัญในการเลี้ยงดูลูกหลานเป็นพิเศษพฤติกรรมของเด็กจึงเป็นไปในทางลบ
นอกจากปัญหาการอบรมเลี้ยงดูและอีกสาเหตุหนึ่งมาจากที่เด็กต้องเข้ามาอยู่ร่วมกันในสังคมใหม่พบกับบุคคลที่แปลกหน้าไม่รู้จักคุ้นเคยมาก่อนทำให้เด็กเกิดความไม่ไว้วางใจจึงแสดงออกซึ่งพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ซึ่งปัญหาดังกล่าว
ผู้ปกครองจึงมีบทบาทสำคัญและควรเป็นแบบอย่างที่ดีที่จะส่งเสริมหรือจัดกิจกรรมที่ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมที่หลากหลายซึ่งการจัดกิกรรมสำหรับเด็กปฐมวัยควรส่งเสริมให้เด็กมีส่วนร่วมหรือดำเนินกิจกรรมให้มากที่สุดจัดประสบการณ์แบบยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง
ให้เด็กเรียนรู้ร่วมกันฝึกการ ช่วยเหลือ แบ่งปั่น มีน้ำใจต่อกัน
เป็นการปูพื้นทางคุณธรรมจริยธรรมให้กับเด็กในทางอ้อมเช่นกัน
ซึ่งการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมจะช่วยให้เด็กมีพฤติกรรมที่เหมาะสม
เพราะคุณธรรมจริยธรรมเป็นปัจจัยสำคัญ ในการพัฒนาอุปนิสัยของเด็กและเป็นพื้นฐานของบุคคลในการดำเนินชีวิต
การอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข การปลูกฝังให้เด็กมีพื้นฐานของการมีคุณธรรมจริยธรรมที่ดีขึ้นจึงเป็นหน้าที่สำคัญของบุคลที่เกี่ยวข้องจากประสบการณ์ที่เด็กได้เรียนรู้จากครอบครัวคนใกล้ชิด
และการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่เหมาะสมกับวัยเพื่อส่งเสริมให้เด็กมีคุณธรรมจริยธรรมและมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์
จากการศึกษาปัญหาดังกล่าวเห็นว่าเด็กปฐมวัยควรได้รับการส่งเสริมและพัฒนาจริยธรรมที่หลากหลาย
จากการศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้อง พบว่ามีการใช้นิทาน
การละครการเล่นสร้างจริยธรรมให้กับเด็ก ตัวอย่างเช่นการพัฒนาจริยธรรมของเด็กปฐมวัยโดยใช้การเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง
(ปราณี ปริยวาที.2551) การใช้แม่แบบจากนิทานเพื่อพัฒนาพฤติกรรมเชิงจริยธรรมในเด็กปฐมวัย (วารี
นิยมธรรม.2536) อ้างใน (ปราณี
ปริยวาที.2551) และนอกจากนี้ พบว่า มีการสอนจริยธรรม โดยใช้นิทานในการสอนวินัย
โดยครูเป็นผู้แต่งนิทานขึ้นและทดลองสอนจริง เมื่อมีเหตุการณ์ที่เด็กขาดระเบียบ
ผลของการปลูกฝังวินัยจากการเทียบเคียงจากนิทาน พบว่า เด็กพอใจและเข้าใจง่าย
จดจำได้ (น้ำฝน ปียะ. 2541:20-24) อ้างใน (ปราณี ปริ ยวาที่.2551)
ดังนั้นผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาพัฒนาทางด้านจริยธรรมของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่
1/1โดยการจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย
(กระจ่าง สิงหเสนี) โดยเน้นการรับรู้ซึ่งจะส่งผลให้เด็กปฐมวัยได้ปฏิบัติในสิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยเฉพาะด้านการพูดและด้านการกระทำด้วยการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองให้เด็กปฏิบัติจริงเพื่อพัฒนาจริยธรรมของเด็กปฐมวัยและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในตัวเด็ก
วัตถุประสงค์การวิจัย
เพื่อพัฒนาพฤติกรรมความมีจริยธรรมด้านการพูดและด้านการกระทำของเด็กปฐมวัยโรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย
(กระจ่าง สิงหเสนี) จากการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง
ขอบเขตการวิจัย
ประชากรที่ใช้ในการวิจัย
ประชากรที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้
คือ นักเรียนชาย – หญิง อายุระหว่าง 3-4
ปีกำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย
(กระจ่าง สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร จำนวน 3
ห้องเรียน 90 คน
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นนักเรียนชาย-หญิงอายุระหว่าง
3-4 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1/1 ภาคเรียนที่ 1
ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย
(กระจ่าง สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานครจำนวน 30 คน
โดยคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างจากการสุ่มแบบกลุ่ม (cluster rendom sampling) จากนั้นทำการสังเกตและบันทึกพฤติกรรมความมีจริยธรรมของเด็กปฐมวัยจำนวน 30
คน
ตัวแปรที่ศึกษา
1.ตัวแปรต้น ได้แก่ การเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง
2.ตัวแปรตาม ได้แก่ จริยธรรมด้านการพูดและด้านการกระทำ
เนื้อหา
เนื้อหาที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้
ได้แก่ การใช้กิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองเพื่อพัฒนาจริยธรรมด้านการพูดและด้านการกระทำของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่
1/1 ให้มีพฤติกรรมทางจริยธรรมด้านการพูด
ด้านการกระทำให้ดีขึ้น
ระยะเวลา
ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยใช้กิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองสำหรับเด็กปฐมวัยระดับชั้นอนุบาลปีที่
1/1 จำนวน 9 แผนโดยทำการทดลองในภาคเรียนที่
1 ปีการศึกษา 2564 ระหว่างวันที่ 17 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 3 เดือนมิถุนายน พ.ศ.2564 ระยะเวลาการทดลอง 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 20 นาที รวมทั้งสิ้น 24 ครั้ง
นิยามศัพท์เฉพาะ
1.เด็กปฐมวัย
หมายถึง เด็กนักเรียนชาย-หญิง อายุ 3-4
ปี ที่กำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1
ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย
(กระจ่าง สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร
2.จริยธรรมของเด็กปฐมวัย หมายถึง
การรับรู้ของเด็กเกี่ยวกับข้อที่พึงปฏิบัติและการเป็นที่ยอมรับของสังคมสำหรับเด็กปฐมวัยมี
2 ด้าน ดังนี้
2.1 จริยธรรมด้านการพูด
คือ การพูดไพเราะ
2.2 จริยธรรมด้านการกระทำ
คือการช่วยเหลือผู้อื่น
3.การจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบการใช้สถานการณ์จําลอง
หมายถึง กิจกรรมการเล่านิทานที่ครูเล่าให้เด็กฟังเพื่อนำเนื้อหาจากนิทานมาประกอบการแสดงโดยฝึกปฏิบัติและแก้ปัญหาต่างๆด้วย
ตนเองโดยเนื้อหาของนิทานเสริมสร้างจริยธรรมด้านการพูดและด้านการกระทำโดยครูเล่านิทานวันละ
1 เรื่อง ตั้งแต่ต้นจนจบ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 1 เรื่อง
ในการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบการใช้สถานการณ์จําลอง มีขั้นตอน 3 ขั้นตอน
ดังนี้
ขั้นที่ 1 ขั้นเตรียมการ (ขั้นนำ) นำเด็กเข้าสู่บทเรียนโดยการสนทนาร่วมกันเกี่ยวกับการจัด
กิจกรรมทำข้อตกลงร่วมกัน
การเล่านิทานเพื่อกระตุ้นให้เด็กเกิดการเรียนรู้
ขั้นที่ 2 ขั้นดำเนินการ (ขั้นสอน) ครูเล่านิทานให้เด็กๆฟังเมื่อเล่าเสร็จครูให้เด็กสร้างสถานการณ์จำลองประกอบการเล่านิทาน
ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป ครูและเด็กๆช่วยกันสรุปหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของนิทานและพร้อมอภิปรายหน้าชั้นเรียน
ปัญหาการวิจัย
การจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองช่วยพัฒนาจริยธรรมของเด็กปฐมวัยจริงหรือไม่
สมมุติฐานการวิจัย
1.เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์มีจริยธรรมด้านการพูด
ด้านการกระทำสูงขึ้นหลังจากได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองมีพฤติกรรมด้านการพูด
ด้านการกระทำดีขึ้น
2.ครูได้สื่อและกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมจริยธรรมสำหรับเด็กปฐมวัย
ฝึกทักษะอะไร
ทักษะการคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์เนื้อหา
การนำไปใช้
สามารถนำไปใช้ในการทำงานวิจัยในเล่มต่อไป
คำศัพท์
1. Presentation – การนำเสนอ
2. Arrangement of experiences – การจัดประสบการณ์
3. Modify – แก้ไข
4. Origin and importance – ที่มาและความสำคัญ
5. Pattern – รูปแบบ
ภาพกิจกรรมในชั้นเรียน
ผู้บันทึก
นางสาวอารีรัตน์ ไชยคำ
รหัสนักศึกษา 6011200612


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น