วันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

 

บันทึกการเรียนครั้งที่ 10

วันที่ 16 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

วันนี้ได้เข้าไปเรียนที่มหาวิทยาลัย เพื่อนำเสนอ งานวิจัย ซึ่งดิฉันก็ได้ปรับเปลี่ยนหัวข้อการวิจัยเพื่อให้เหมาะสมและแก้ไขเพื่อนำเสนองานวิจัยในครั้งต่อไปซึ่งข้อมูลที่ได้นำเสนอครั้งนี้มีรายละเอียดของงานวิจัย บทที่ 1 ดังนี้

ที่มาและความสำคัญ

                ปัจจุบันสังคมไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วสืบเนื่องมาจากความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเกิดโลกไร้พรหมแดนขึ้นคนสามารถศึกษาเรียนรู้สิ่งต่างๆได้มากขึ้นเกิดการรับวัฒนธรรมของต่างชาติเข้ามามีบทบาทมากขึ้นจึงเกิดความอ่อนแอของวัฒนธรรมไทยที่ไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กเพื่อรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดปัญหาต่างๆตามมามากมายซึ่งส่งผลให้เด็กและเยาวชนไทยมีพฤติกรรมและค่านิยมที่ไม่พึงประสงค์ เช่น ปัญหาเด็กติดยาเสพติด ปัญหาเรื่องโรคเอดส์จากการมีพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสม ปัญหาการใช้ความรุนแรง ปัญหาเรื่องความพุ่มเฟือยไม่ประหยัด ซึ่งสังคมอาจมองว่าคุณธรรม จริยธรรมเสื่อมลงปัญหาคุณธรรมจริยธรรมถือเป็นปัญหาสังคมโดยรวม ซึ่งเกี่ยวพันไปถึงเด็กด้วย (มัณฑนา ศังชะกฤษณ์, 2550, หน้า 2-3) คุณธรรมจริยธรรมเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อสังคมเป็นอย่างมาก ในการกำหนดความสงบสุขของสังคม คนในสังคมต้องเป็นผู้ที่เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมจริยธรรม จึงจะทำให้สังคมนั้นมีแต่ความสุขในขณะเดียวกันหากคนในสังคมใดมีความบกพร่องทางด้านจิตใจ ขาดคุณธรรมจริยธรรมแม้สังคมนั้นจะมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจก็ย่อมจะหาความสงบสุขได้ยากการพัฒนา คุณธรรมจริยธรรมของคนในสังคมไทยจะต้องมีการพัฒนาตั้งแต่ปฐมวัยเพราะเด็กปฐมวัยจะเป็นกำลังของประเทศ (สิริมา ภิญโญอนันตพงษ์, 2545, หน้า 13

การจัดการศึกษาระดับปฐมวัยเป็นการศึกษาที่มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเด็กแรกเกิด - 6 ปี เพราะเด็กในวัยนี้เป็นวัยที่กำลังพัฒนาด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา ประสบการณ์ที่เด็กได้รับจะมีอิทธิพลต่อการเสริมสร้างความพร้อมและพัฒนาในขั้นต่อไป (บัญชา แสนทวี. 2541: 58; อ้างอิงจาก Bloom) และในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 การจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัยเป็นการจัดในลักษณะของการบรมเลี้ยงดูและการให้การศึกษาแก่เด็กทุกด้าน ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และ สติปัญญา ตามวัยและความสามารถของเด็กแต่ละคน เพื่อเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต และอยู่ ในสังคมได้อย่างมีความสุข (กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. 2540: 31)

การสร้างจริยธรรมให้กับเด็กเป็นพันธกิจสำคัญของโรงเรียน และครอบครัว เด็กที่มีจริยธรรมดีจะอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข จริยธรรมมีความสัมพันธ์กับคุณธรรม กล่าวคือ จริยธรรมเป็นการประพฤติทางความคิด คำพูด และการกระทำที่ดี ที่ทำให้เกิดการอยู่ร่วมกัน อย่างมีความสุข (กุลยา ตันติผลาชีวะ. 2547: 212 - 213) การพัฒนาจริยธรรมให้กับเด็ก มีหลายวิธีจากการศึกษาผลงานวิจัย พบว่า มีการใช้ทั้งนิทาน การละครและการเล่น สร้างจริยธรรมให้กับเด็กตัวอย่าง เช่น การใช้แบบจากนิทานชาดก เพื่อพัฒนาพฤติกรรมเชิง จริยธรรมในเด็กปฐมวัย (วารี นิยมธรรม. 2536) การจัดกิจกรรมละครสดเสริมจริยธรรมและ สนทนาเสริมจริยธรรมที่มีต่อการรับรู้ทางจริยธรรมของเด็กปฐมวัย ของเบญจพร สมานมาก (2540) การจัดกิจกรรมการเล่านิทานคติธรรม การเล่นแบบร่วมมือ เพื่อศึกษาการรับรู้วินัยของเด็กปฐมวัยของ สุภัค ไหวหากิจ (2544)

จากการสังเกตพฤติกรรมศึกษางานวิจัยของเด็กปฐมวัยและสอบถามครูประจำชั้นโรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) พบว่าเด็กปฐมวัยที่เริ่มเข้าเรียนเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการศึกษาเรียนรู้ในอนาคตมีพฤติกรรมที่แสดงออกคล้ายคลึงกัน เช่น ร้องไห้ ไม่สวัสดีครู พ่อแม่ ผู้ปกครอง พูดจาไม่เพราะ หวงของเล่นไม่รู้จักการแบ่งปัน พฤติกรรมต่างๆเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนแอของสถาบันครอบครัว ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากปัญหาต่างๆของแต่ละครอบครัวนั้นๆเช่นพ่อแม่ผู้ปกครองไม่มีเวลาสอนลูกต้องทำงานแข่งกับเวลาหรือเกิดจากสภาพแวดล้อมที่เด็กอาศัยอยู่ ซึ่งต่างไปจากสังคมในอดีตที่ให้ความสำคัญในการเลี้ยงดูลูกหลานเป็นพิเศษพฤติกรรมของเด็กจึงเป็นไปในทางลบ นอกจากปัญหาการอบรมเลี้ยงดูและอีกสาเหตุหนึ่งมาจากที่เด็กต้องเข้ามาอยู่ร่วมกันในสังคมใหม่พบกับบุคคลที่แปลกหน้าไม่รู้จักคุ้นเคยมาก่อนทำให้เด็กเกิดความไม่ไว้วางใจจึงแสดงออกซึ่งพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ซึ่งปัญหาดังกล่าว ผู้ปกครองจึงมีบทบาทสำคัญและควรเป็นแบบอย่างที่ดีที่จะส่งเสริมหรือจัดกิจกรรมที่ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมที่หลากหลายซึ่งการจัดกิกรรมสำหรับเด็กปฐมวัยควรส่งเสริมให้เด็กมีส่วนร่วมหรือดำเนินกิจกรรมให้มากที่สุดจัดประสบการณ์แบบยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง ให้เด็กเรียนรู้ร่วมกันฝึกการ ช่วยเหลือ แบ่งปั่น มีน้ำใจต่อกัน เป็นการปูพื้นทางคุณธรรมจริยธรรมให้กับเด็กในทางอ้อมเช่นกัน ซึ่งการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมจะช่วยให้เด็กมีพฤติกรรมที่เหมาะสม เพราะคุณธรรมจริยธรรมเป็นปัจจัยสำคัญ ในการพัฒนาอุปนิสัยของเด็กและเป็นพื้นฐานของบุคคลในการดำเนินชีวิต การอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข การปลูกฝังให้เด็กมีพื้นฐานของการมีคุณธรรมจริยธรรมที่ดีขึ้นจึงเป็นหน้าที่สำคัญของบุคลที่เกี่ยวข้องจากประสบการณ์ที่เด็กได้เรียนรู้จากครอบครัวคนใกล้ชิด และการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่เหมาะสมกับวัยเพื่อส่งเสริมให้เด็กมีคุณธรรมจริยธรรมและมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ จากการศึกษาปัญหาดังกล่าวเห็นว่าเด็กปฐมวัยควรได้รับการส่งเสริมและพัฒนาจริยธรรมที่หลากหลาย จากการศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้อง พบว่ามีการใช้นิทาน การละครการเล่นสร้างจริยธรรมให้กับเด็ก ตัวอย่างเช่นการพัฒนาจริยธรรมของเด็กปฐมวัยโดยใช้การเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง (ปราณี ปริยวาที.2551) การใช้แม่แบบจากนิทานเพื่อพัฒนาพฤติกรรมเชิงจริยธรรมในเด็กปฐมวัย (วารี นิยมธรรม.2536) อ้างใน (ปราณี ปริยวาที.2551) และนอกจากนี้ พบว่า มีการสอนจริยธรรม โดยใช้นิทานในการสอนวินัย โดยครูเป็นผู้แต่งนิทานขึ้นและทดลองสอนจริง เมื่อมีเหตุการณ์ที่เด็กขาดระเบียบ ผลของการปลูกฝังวินัยจากการเทียบเคียงจากนิทาน พบว่า เด็กพอใจและเข้าใจง่าย จดจำได้ (น้ำฝน ปียะ. 2541:20-24) อ้างใน (ปราณี ปริ ยวาที่.2551)

ดังนั้นผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาพัฒนาทางด้านจริยธรรมของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/1โดยการจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) โดยเน้นการรับรู้ซึ่งจะส่งผลให้เด็กปฐมวัยได้ปฏิบัติในสิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยเฉพาะด้านการพูดและด้านการกระทำด้วยการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองให้เด็กปฏิบัติจริงเพื่อพัฒนาจริยธรรมของเด็กปฐมวัยและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในตัวเด็ก

 

วัตถุประสงค์การวิจัย

เพื่อพัฒนาพฤติกรรมความมีจริยธรรมด้านการพูดและด้านการกระทำของเด็กปฐมวัยโรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) จากการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง

ขอบเขตการวิจัย

ประชากรที่ใช้ในการวิจัย

                ประชากรที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ คือ นักเรียนชาย – หญิง อายุระหว่าง 3-4 ปีกำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร จำนวน 3 ห้องเรียน 90 คน

 

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย

                กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นนักเรียนชาย-หญิงอายุระหว่าง 3-4 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานครจำนวน 30 คน โดยคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างจากการสุ่มแบบกลุ่ม (cluster rendom sampling) จากนั้นทำการสังเกตและบันทึกพฤติกรรมความมีจริยธรรมของเด็กปฐมวัยจำนวน 30 คน

 

ตัวแปรที่ศึกษา

                1.ตัวแปรต้น ได้แก่ การเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง

                2.ตัวแปรตาม ได้แก่ จริยธรรมด้านการพูดและด้านการกระทำ

 

เนื้อหา

                เนื้อหาที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ การใช้กิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองเพื่อพัฒนาจริยธรรมด้านการพูดและด้านการกระทำของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/1 ให้มีพฤติกรรมทางจริยธรรมด้านการพูด ด้านการกระทำให้ดีขึ้น

 

ระยะเวลา

                ในการวิจัยครั้งนี้  ผู้วิจัยใช้กิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองสำหรับเด็กปฐมวัยระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1/1 จำนวน 9 แผนโดยทำการทดลองในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ระหว่างวันที่ 17 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 3 เดือนมิถุนายน พ.ศ.2564 ระยะเวลาการทดลอง 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 20 นาที รวมทั้งสิ้น 24 ครั้ง

 

นิยามศัพท์เฉพาะ

                1.เด็กปฐมวัย หมายถึง เด็กนักเรียนชาย-หญิง อายุ 3-4 ปี ที่กำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร

                2.จริยธรรมของเด็กปฐมวัย หมายถึง การรับรู้ของเด็กเกี่ยวกับข้อที่พึงปฏิบัติและการเป็นที่ยอมรับของสังคมสำหรับเด็กปฐมวัยมี 2 ด้าน ดังนี้

2.1 จริยธรรมด้านการพูด คือ การพูดไพเราะ

2.2 จริยธรรมด้านการกระทำ คือการช่วยเหลือผู้อื่น

3.การจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบการใช้สถานการณ์จําลอง หมายถึง กิจกรรมการเล่านิทานที่ครูเล่าให้เด็กฟังเพื่อนำเนื้อหาจากนิทานมาประกอบการแสดงโดยฝึกปฏิบัติและแก้ปัญหาต่างๆด้วย

ตนเองโดยเนื้อหาของนิทานเสริมสร้างจริยธรรมด้านการพูดและด้านการกระทำโดยครูเล่านิทานวันละ 1 เรื่อง ตั้งแต่ต้นจนจบ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 1 เรื่อง ในการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบการใช้สถานการณ์จําลอง มีขั้นตอน 3 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นที่ 1 ขั้นเตรียมการ (ขั้นนำ) นำเด็กเข้าสู่บทเรียนโดยการสนทนาร่วมกันเกี่ยวกับการจัด

กิจกรรมทำข้อตกลงร่วมกัน

การเล่านิทานเพื่อกระตุ้นให้เด็กเกิดการเรียนรู้

ขั้นที่ 2 ขั้นดำเนินการ (ขั้นสอน) ครูเล่านิทานให้เด็กๆฟังเมื่อเล่าเสร็จครูให้เด็กสร้างสถานการณ์จำลองประกอบการเล่านิทาน

ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป ครูและเด็กๆช่วยกันสรุปหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของนิทานและพร้อมอภิปรายหน้าชั้นเรียน

 

ปัญหาการวิจัย

การจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองช่วยพัฒนาจริยธรรมของเด็กปฐมวัยจริงหรือไม่

 

สมมุติฐานการวิจัย

1.เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์มีจริยธรรมด้านการพูด ด้านการกระทำสูงขึ้นหลังจากได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์

 

ประโยชน์ที่ได้รับ

1.เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองมีพฤติกรรมด้านการพูด ด้านการกระทำดีขึ้น

2.ครูได้สื่อและกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมจริยธรรมสำหรับเด็กปฐมวัย

 

ฝึกทักษะอะไร 

ทักษะการคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์เนื้อหา

การนำไปใช้

สามารถนำไปใช้ในการทำงานวิจัยในเล่มต่อไป

คำศัพท์

1.     Presentation – การนำเสนอ

2.    Arrangement of experiences – การจัดประสบการณ์

3.    Modify – แก้ไข

4.    Origin and importance – ที่มาและความสำคัญ

5.    Pattern – รูปแบบ

ภาพกิจกรรมในชั้นเรียน




ผู้บันทึก นางสาวอารีรัตน์ ไชยคำ

รหัสนักศึกษา 6011200612

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

  บันทึกการเรียนครั้งที่ 20 วันที่ 26-27 เดือน เมษายน พ.ศ. 2564 การเขียนตัวอย่างแผนการจัดประสบการณ์ที่ใช้ในงานวิจัย และเครื่องมือการวัด...