วันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

 

บันทึกการเรียนครั้งที่ 19

วันที่ 19-20 เดือน เมษายน พ.ศ. 2564
นำเสนองานวิจัยของตนเอง บทที่ 1 - 3 ผ่าน Powerpoint พร้อมนำเสนอ โดยดิฉันได้นำเสนองานวิจัยดังนี้

บทที่ 1

 บทนำ

ที่มาและความสำคัญ

          ปัจจุบันสังคมไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วสืบเนื่องมาจากความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทำให้มนุษย์ได้ศึกษาเรียนรู้สิ่งต่างๆได้มากขึ้นและที่สำคัญครอบครัวในปัจจุบันพ่อแม่และผู้ปกครองที่ทำงานนอกบ้านจึงไม่ค่อยมีเวลาอบรมเลี้ยงดูลูกในการใช้สื่อทางอินเทอร์เน็ตทำให้เกิดการรับวัฒนธรรมของต่างชาติและเกิดการเลียนแบบทำให้เด็กมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมขาดความมีจริยธรรมทางด้านการพูด เช่น การพูดที่ไม่ไพเราะซึ่งไม่มีคำลงท้าย ครับ/ค่ะ และด้านการกระทำซึ่ง ได้แก่ การช่วยเหลือผู้อื่นนั้นคือสิ่งที่เด็กควรปฏิบัติ ดังนั้นผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาและพัฒนาด้านจริยธรรมของเด็กปฐมวัยชั้นปีที่ 1/1 โดยการจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์ลำลองเพื่อพัฒนาจริยธรรมทางด้านการพูดและด้านการกระทำของเด็กปฐมวัยเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ในตัวเด็กปฐมวัยมากที่สุด

วัตถุประสงค์การวิจัย

เพื่อพัฒนาพฤติกรรมความมีจริยธรรมด้านการพูดและด้านการกระทำของเด็กปฐมวัยโรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) จากการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง

ขอบเขตการวิจัย

ประชากรที่ใช้ในการวิจัย

          ประชากรที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ คือ นักเรียนชาย – หญิง อายุระหว่าง 3-4 ปีกำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร จำนวน 3 ห้องเรียนมีจำนวนทั้งสิ้น 90 คน

 

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย

          กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นนักเรียนชาย-หญิงอายุระหว่าง 3-4 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1/1 จำนวน 30 คน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โดยคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างจากการสุ่มแบบกลุ่ม (cluster sampling) จากนั้นทำการสังเกตและบันทึกพฤติกรรมความมีจริยธรรมของเด็กปฐมวัย

 

ตัวแปรที่ศึกษา

          1.ตัวแปรต้น ได้แก่ การเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง

          2.ตัวแปรตาม ได้แก่ จริยธรรมด้านการพูดและด้านการกระทำ

เนื้อหา

          เนื้อหาที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ การใช้กิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองเพื่อพัฒนาจริยธรรมด้านการพูดและด้านการกระทำของเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 1/1 ให้มีพฤติกรรมทางจริยธรรมด้านการพูด ด้านการกระทำให้ดีขึ้น

ระยะเวลา

          ในการวิจัยครั้งนี้  ผู้วิจัยใช้กิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองสำหรับเด็กปฐมวัยระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1/1 จำนวน 24 แผนโดยทำการทดลองในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ระหว่างวันที่ 17 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 3 เดือนมิถุนายน พ.ศ.2564 ระยะเวลาการทดลอง 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 20 นาที รวมทั้งสิ้น 24 ครั้ง

นิยามศัพท์เฉพาะ

          1.เด็กปฐมวัย หมายถึง เด็กนักเรียนชาย-หญิง อายุ 3-4 ปี ที่กำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1

ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร

          2.จริยธรรมของเด็กปฐมวัย หมายถึง พฤติกรรมที่เด็กได้แสดงออกมาผ่านการกระทำและการพูด

3.การจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบการใช้สถานการณ์จําลอง หมายถึง กิจกรรมการเล่านิทานที่ครูเล่าให้เด็กฟังเพื่อนำเนื้อหาจากนิทานมาประกอบการแสดงโดยฝึกปฏิบัติและแก้ปัญหาต่างๆด้วย

ตนเองโดยเนื้อหาของนิทานเสริมสร้างจริยธรรมด้านการพูดและด้านการกระทำโดยครูเล่านิทานวันละ 1 เรื่อง ตั้งแต่ต้นจนจบ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 1 เรื่อง ในการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบการใช้สถานการณ์จําลอง มีขั้นตอน 3 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นที่ 1 ขั้นเตรียมการ (ขั้นนำ) นำเด็กเข้าสู่บทเรียนโดยการสนทนาร่วมกันเกี่ยวกับการจัด

กิจกรรมทำข้อตกลงร่วมกัน

การเล่านิทานเพื่อกระตุ้นให้เด็กเกิดการเรียนรู้

ขั้นที่ 2 ขั้นดำเนินการ (ขั้นสอน) ครูเล่านิทานให้เด็กๆฟังเมื่อเล่าเสร็จครูให้เด็กสร้างสถานการณ์จำลองประกอบการเล่านิทาน

ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป ครูและเด็กๆช่วยกันสรุปหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของนิทานและพร้อมอภิปรายหน้าชั้นเรียน 

ปัญหาการวิจัย

การจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองช่วยพัฒนาจริยธรรมของเด็กปฐมวัยจริงหรือไม่

สมมุติฐานการวิจัย

เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์มีจริยธรรมด้านการพูด ด้านการกระทำสูงขึ้นหลังจากได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์

ประโยชน์ที่ได้รับ

1.เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองมีพฤติกรรมด้านการพูด ด้านการกระทำดีขึ้น

2. ครูได้แนวทางในการจัดกิจกรรมที่จะส่งเสริมความมีจริยธรรมให้สำหรับเด็กปฐมวัย

 

บทที่ 2

เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องและได้นำเสนอตามหัวข้อต่อไปนี้

1.เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับความหมายของเด็กปฐมวัยและจริยธรรมสำหรับเด็กปฐมวัย

1.1 ความหมายของเด็กปฐมวัย

1.2 ความสำคัญของเด็กปฐมวัย

1.3 ความหมายของจริยธรรม

1.4 ความสำคัญของจริยธรรม

1.5 องค์ประกอบของจริยธรรม

1.6 รูปแบบของจริยธรรมสำหรับเด็กปฐมวัย

1.7 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรมสำหรับเด็กปฐมวัย

2. เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับนิทานและการเล่านิทาน

2.1 ความหมายของนิทาน

2.2 ความหมายของการเล่านิทาน

2.3 ประเภทของนิทาน

2.4 จุดประสงค์ของการเล่านิทาน

2.5 คุณค่าของการเล่านิทานต่อการเรียนรู้ของเด็ก

2.6 เทคนิคการเล่านิทานสำหรับเด็กปฐมวัย

2.7 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับนิทานและการเล่านิทาน

3. เอกสารที่เกี่ยวข้องกับทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย

3.1 ทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของเพียเจท์

3.2 ทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมเชิงเหตุผลจริยธรรมของโคลเบอร์ก

3.3 ทฤษฎีจิตวิเคราะห์เกี่ยวกับพัฒนาการทางจริยธรรมของซิกมันฟรอยด์

3.4 ทฤษฎีของอิมมานูเอลคานท์

3.5 ทฤษฎีต้นไม้จริยธรรม

4.เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์จำลอง

4.1 ความหมายของสถานการณ์จำลอง

4.2 ความมุ่งหมายในการสร้างสถานการณ์จำลอง

4.3 วิธีเสนอสถานการณ์จำลอง

4.4 หลักในการนำสถานการณ์จำลองไปในการเรียนการสอน

4.5 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์จำลอง

 

บทที่ 3

วิธีดำเนินการวิจัย

การวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาจริยธรรมทางด้านการพูดและด้านการกระทำของเด็กปฐมวัยโดยใช้กิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่1/1 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี ) ซึ่งมีขั้นตอน และวิธีการดำเนินการวิจัย ตามลำดับหัวข้อดังนี้

1.ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

3. การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย        

4. การเก็บรวบรวมข้อมูล

5.วิธีดำเนินการทดลอง

6.การวิเคราะห์ข้อมูล

 

1.ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

1.1 ประชากร

ประชากรที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ คือ นักเรียนชาย – หญิง อายุระหว่าง 3-4 ปีกำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร จำนวน 3 ห้องเรียนมีจำนวนทั้งสิ้น 90 คน

 

1.2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย

          กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นนักเรียนชาย-หญิงอายุระหว่าง 3-4 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1/1 จำนวน 30 คน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โดยคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างจากการสุ่มแบบกลุ่ม (cluster sampling)

 

2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

ในการวิจัยครั้งนี้ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย

2.1 แผนการจัดประสบการณ์การเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง

2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมความมีจริยธรรมของเด็กปฐมวัยด้านการพูดและด้านการกระทำ

 

3. การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย      

การพัฒนาจริยธรรมของเด็กปฐมวัยโดยใช้กิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง มีดังนี้

 

3.1 สร้างแผนการจัดประสบการณ์การเล่านิทาน ดังนี้

3.1.1 ศึกษาทฤษฎี เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดประสบการณ์การเล่านิทานเพื่อใช้ในการพัฒนาจริยธรรมของเด็กปฐมวัยโดยมีขั้นตอนดังนี้

                    3.1.1.1 ศึกษาเอกสารเกี่ยวกับการเล่านิทานเกี่ยวกับจริยธรรมสำหรับเด็กปฐมวัยเพื่อใช้เป็นแนวทางในการคัดเลือกนิทานได้อย่างเหมาะสม

                    3.1.1.2 คัดเลือกชื่อนิทานที่เหมาะสมกับเด็กปฐมวัยเกี่ยวกับเรื่องการพัฒนาจริยธรรมของเด็กปฐมวัยซึ่งประกอบด้วยหัวข้อดังต่อไปนี้

·         นิทานจริยธรรมเกี่ยวกับด้านการพูด ได้แก่ การพูดไพเราะ

·         นิทานจริยธรรมเกี่ยวกับด้านการกระทำ ได้แก่ การช่วยเหลือผู้อื่น

3.1.1.3 ดำเนินการจัดทำแผนการจัดประสบการณ์เล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง

จำนวน 24 แผน ซึ่งประกอบด้วยหัวข้อต่อไปนี้

·         จุดประสงค์

·         เนื้อหา

·         การดำเนินกิจกรรม (ขั้นนำ ขั้นสอน ขั้นสรุป)

 โดยมีการจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 1 เรื่อง จำนวน 8 สัปดาห์

          3.1.2 จัดทำแผนและนำแผนการจัดประสบการณ์กิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองจำนวนทั้งหมด 24 แผน

3.1.3 ไปนำเสนอผู้เชี่ยวชาญตรวจพิจารณาเพื่อหาความสอดคล้อง ( IOC) ของจุดประสงค์ เนื้อหา การดำเนินกิจกรรมเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลอง และการประเมินผล โดยมีค่าความคิดเห็นตรงกันอย่างน้อย 2 ใน 3 มีค่าเท่ากับ.0.5 ขึ้นไปถือว่าเชื่อถือได้ เกณฑ์การพิจราณา ดังนี้

+1 หมายถึง เมื่อผู้เชี่ยวชาญเห็นด้วย

0 หมายถึง เมื่อผู้เชี่ยวชาญไม่แน่ใจ

-1 หมายถึง เมื่อผู้เชี่ยวชาญไม่เห็นด้วย

และปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสม

3.1.4 นำแผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญมาปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำ โดยใช้เกณฑ์ความเห็นตรงกัน 2 ใน 3 ซึ่งในการวิจัยครั้งนี้ได้แก้ไข ปรับปรุงแผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน

3.1.5 นำแผนการจัดประสบการณ์ไปทดลอง (Try Out) ใช้กับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 ของโรงเรียนพระยาประเสิรฐ สุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง เพื่อหาข้อบกพร่อง

และความเป็นไปได้

3.1.6 ปรับปรุงแก้ไขแผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองให้เป็นฉบับสมบูรณ์

3.1.7 นำแผนกิจกรรมการเล่านิทานประกอบสถานการณ์จำลองที่ปรับปรุงเหมาะสมแล้วจัดทำฉบับจริงเพื่อนำไปใช้กับกลุ่มตัวอย่าง

3.2 แบบสังเกตพฤติกรรมจริยธรรมของเด็กปฐมวัย ดังนี้

แบบสังเกตพฤติกรรมความมีจริยธรรมทางด้านการพูดและด้านการกระทำโดยมีขบวนการสร้างแบบสังเกตพฤติกรรมความมีจริยธรรม ดังนี้

3.2.1 ศึกษาแนวคิดทฤษฎีและหลักการต่างๆจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรมของเด็กปฐมวัย

3.2.2 ดำเนินการสร้างแบบสังเกตเกี่ยวกับจริยธรรมของเด็กปฐมวัยทั้ง 2 ด้าน ด้านละ 5 ข้อ

     3.2.2.1 ด้านการพูด จำนวน 5 ข้อที่เป็นข้อคำถามถึง พฤติกรรมการแสดงออกของเด็กปฐมวัยทางด้านการพูด ได้แก่ การพูดขอบคุณผู้ใหญ่ การพูดขอโทษผู้อื่น การพูดสวัสดีผู้ใหญ่ การไม่พูดโกหก การไม่พูดคำหยาบ

              3.2.2.2 ด้านการกระทำจำนวน 5 ข้อที่เป็นข้อคำถามถึง พฤติกรรมการแสดงออกของเด็กปฐมวัย                                ทางด้านการกระทำ ได้แก่ การช่วยผู้อื่นเก็บของเข้าที่ การช่วยพ่อแม่หรือผู้อื่นถือของ ช่วยทำความสะอาดห้องเรียน ช่วยจัดเรียงสิ่งของในห้องเรียนหรือที่บ้านให้เป็นระเบียบ ช่วยเก็บขยะที่คนอื่นทำหล่นลงพื้นไปทิ้งขยะ

แบบประเมินด้านจริยธรรมจะมีจำนวนทั้งหมด 2 ชุด โดยมีเกณฑ์ในการให้คะแนน ดังนี้

ชุดที่ 1 แบบประเมินจริยธรรมด้านการพูด ได้แก่ การพูดไพเราะ

                   2 หมายถึง เด็กพูดเพราะอย่างสม่ำเสมอ

                   1 หมายถึง เด็กพูดเพราะในบางครั้ง

                   0 หมายถึง เด็กพูดไม่เพราะเลย

ชุดที่ 2 แบบประเมินจริยธรรมด้านการกระทำ ได้แก่ การช่วยเหลือผู้อื่น

                   2 หมายถึง เด็กช่วยเหลือผู้อื่นอย่างสม่ำเสมอ

                   1 หมายถึง เด็กช่วยเหลือผู้อื่นในบางครั้ง

                   0 หมายถึง เด็กไม่ช่วยเหลือผู้อื่นเลย

3.2.3 นำแบบสังเกตพฤติกรรมความมีจริยธรรมของเด็กปฐมวัยด้านการพูดและด้านการกระทำที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นนำไปเสนอผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่านเพื่อตรวจสอบความเที่ยงตรงตามเนื้อหาและความเหมาะสมของแบบสังเกต

3.2.4 นำแบบสังเกตพฤติกรรมความมีจริยธรรมของเด็กปฐมวัยด้านการพูดและด้านการกระทำมาปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ 

      2.5 นำแบบสังเกตที่ปรับปรุงแล้วไปทดลองใช้ (Try Out) กับเด็กปฐมวัยชั้นนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานครจำนวน 30 คน


ซึ่งสามารถดูคลิ๊กดูไฟล์เต็มฉบับได้ ในหน้าบล็อก


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

  บันทึกการเรียนครั้งที่ 20 วันที่ 26-27 เดือน เมษายน พ.ศ. 2564 การเขียนตัวอย่างแผนการจัดประสบการณ์ที่ใช้ในงานวิจัย และเครื่องมือการวัด...